อะไรคือตัวเรา

คำถามที่ผมเจออยู่เสมอเวลาคุยกับเพื่อน ๆ คือ การตลาดบนอินเตอร์เน็ต มันต่างกับการตลาดในโลกปกติหรือไม่?

คำตอบคือ มันไม่แตกต่าง แต่แตกต่าง เอ๊ะ ยังไง

ผมหมายความว่า การตลาดบนอินเตอร์เน็ต ก็ต้องอิงปัจจัยที่มีในการตลาดปกติ ทั้งเรื่องของการวิจัยตลาด การค้นหากลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการบางอย่างเหมือน ๆ กัน แต่ยังไม่มีใครตอบสนองพวกเค้า และอื่น ๆ อีกมากมาย แต่ที่แตกต่างคือ โมเดลการทำเงินในตัวธุรกิจครับ

ในการทำตลาดปกติ คุณอาจต้องใช้เวลานาน ต้องใช้ทุนทรัพย์มากในการผลักดันสินค้าของคุณให้เป็นที่รู้จัก ให้เกิดการลองใช้ ลองเข้ามาดู แต่ในโลกออนไลน์ ทุกอย่างตรงกันข้ามหมด ในขณะที่คุณสามารถทำเงินได้เท่ากับหรือมากกว่าธุรกิจในตลาดปกติซะด้วย

- ทำเว็บเนื่อหา แล้วติด Adsense หรือ PPC เจ้าอื่น เช่น Bidvertiser, Clicksor, YPN ฯลฯ
- ทำ PR ดี ๆ แล้วขายลิ้งค์ รายเดือน รายปี
- ทำ Directory หลาย ๆ ที่ แล้วรวมแพ็คเกจขาย ขายถูกแต่เอาจำนวนมาก ได้มาก
- ทำ Affiliate โดยลงใน PPC เช่น Google Adwords, MSN Adcenter, Yahoo Search Marketing
- ทำหน้า Landing แล้วขาย Affiliate ด้วยตัวเองโดยไม่ใช้ PPC แต่ใช้ SEO
- ซื้อเว็บเน่า ๆ มาปั้น PR แล้วขายต่อ
- ซื้อเว็บ PR ดี ๆ มาทำเป็น Link Cloud แล้วขายซัก 100-200 ลิ้งค์

และอีกมากมาย รวมถึงวิธีหมวกเทา ๆ ถึงดำ แต่ไม่อยากบอก เดี๋ยวโดน Google ตามมาแบน (ฮ่า)

แต่ปัญหาคือ คนส่วนใหญ่ มาในแนวเหมือนกัน เกือบทั้งหมด ใครทำอะไรได้ดี ก็ก็อปเค้ามาแล้วทำตาม บางคนลอกแล้วทำดีกว่าก็ประสบความสำเร็จ ในขณะที่หลายคนก็ไม่สำเร็จ สาเหตุของความล้มเหลวคือ คนเหล่านั้นลืมถามตัวเองว่า “อะไรคือตัวเรา”

ในโลกธุรกิจ ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน และเป็นเสมอมาคือ รูปแบบธุรกิจของคนหนึ่ง ก็อาจไม่ปรสบความสำเร็จกับอีกคนหนึ่ง แม้ว่า จะมีปัจจัยล้อมรอบที่เหมือนกันทุกอย่าง เพียงแค่ตัวบุคคลต่างกัน จังหวะก็เปลี่ยนไป บางครั้งเราต้องยอมรับว่า จังหวะ ดวง และสิ่งที่มองไม่เห็นทั้งหลาย มีส่วนในการประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวของคนๆ หนึ่ง

คนที่ลอกเค้ามาแม้ทำได้ดีกว่า แต่นั่นเป็นการรับรู้ของตัวคุณเอง ไม่ใช่ลูกค้า ดังนั้น ผู้ที่มาก่อน เกิดก่อน ย่อมได้เปรียบ และถ้าสิ่งที่คุณลอกเลียนแบบมา ไม่ใช่ความถนัด หรือ ความชอบของตัวคุณเอง คุณก็จะลำบาก

3 ความคิดที่ควรคิดไว้ก่อนเริ่มทำการตลาดให้กับสินค้าของตัวเอง

แทนที่จะถามว่า ฉันเสียเงินแล้วจะได้อะไรกลับคืนมาบ้าง
ควรจะคิดว่า ที่กำลังจะทำเนี่ย คุ้มค่าที่จะเสียเงินทำหรือเปล่า หาของฟรีได้มั้ย หาเครื่องมือช่วยทำแทนได้มั้ย

แทนที่จะถามว่า ทำแล้วได้เงินเท่าไหร่
ควรจะคิดว่า ทำแล้วมีประโยชน์กับคนใช้หรือเปล่า

แทนที่จะถามว่า อะไรคือธุรกิจที่เงินดีสุด ๆ
ควรจะคิดว่า แล้วจะทำไปได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่

หัวใจคือ คุณให้สิ่งที่มีประโยชน์ ทำให้ชีวิตใครบางคน หรือหลาย ๆ คนดีขึ้น คุณจะทำเงินได้เอง แม้คุณจะไม่ตั้งใจก็ตาม และสุดท้าย ถ้าคุณทำอะไรที่เป็นของตัวคุณเอง อย่างตั้งใจ เมื่อนั้น คุณจะรอดครับ

ลองกลับไปถามดูครับ อะไรคือตัวเรา

    Bookmark อะไรคือตัวเรา at del.icio.us    Digg อะไรคือตัวเรา at Digg.com    Bookmark อะไรคือตัวเรา at reddit.com    Fark อะไรคือตัวเรา at Fark.com    Bookmark อะไรคือตัวเรา at blogmarks    Bookmark อะไรคือตัวเรา at YahooMyWeb

No related posts

Comments (2)

4 เทคนิคควรรู้ก่อนเริ่มต้นทำ SEO

จากประสบการณ์การทำ SEO มาหลายปี รวมถึงการได้พูดคุยกับเพื่อน ๆ ที่เริ่มต้นเรียนรู้ SEO มาหลายคน ทำให้รู้ว่าเวลาที่เริ่มต้นทำนั้น หลายคนขาดความรอบคอบอย่างมาก โดยเฉพาะการเลือกตลาดที่ตัวเองรู้ กับการเลือก Keyword หลายคนที่ทำ AAA (Adword Adsense Arbitrage) คงทราบดีว่าขั้นตอนการเลือก Keyword มาเล่นนั้นสำคัญมาก และคำที่จ่ายแพงไม่ใช่เป็นคำที่ดีเสมอไป แม้ว่าจะดึงทราฟฟิกเข้ามาผ่าน PPC ก็ตาม เป็นเพราะว่าถ้าคุณเข้าถึงข้อมูลเหล่านั้นได้ ไม่ว่าจะฟรีหรือจ่ายเงิน คนอื่นก็เข้าถึงข้อมูลเหล่านั้นได้เช่นกัน

4 เทคนิคเบื้องต้นที่ควรรู้นะครับ

1. หาจำนวนคู่แข่งที่แท้จริง - หลายคนไปค้นคำที่ตัวเองต้องการเล่นใน Google.com แล้วก็เห็นจำนวน 5-10 ล้านหรือมากกว่า แล้วก็บอกว่า “คำนี้ไม่ไหวแน่ ฉันเล่นไม่ไหวหรอก มันเยอะเกินไป”

ขอบอกให้สบายใจครับ นั่นไม่ใช่จำนวนคู่แข่งที่แท้จริง ลองดูผลการค้นจากตัวอย่างนะครับ

Real Estate Article Directory - 17,800,000
Google competitor1

“Real Estate Article Directory - 553
Google competitor2

จะเห็นว่าจำนวนในครั้งแรกกับครั้งที่ 2 ต่างกันอย่างมาก

อีกข้อที่คนทั่วไปคิดคือ ยิ่งมีจำนวนมาก แสดงว่ามีคนค้นมาก อันนี้ขอตอบว่าไม่จริงครับ คำที่ผมยกตัวอย่างไปมีคู่แข่งหลักสิืบล้าน แต่มีคนค้นหลักหน่วยต่อเดือน (ย้ำว่าต่อเดือนครับ)

วิธีการที่บอกไป เพียงแค่ใส่ ” ” หน้าและท้ายคำ ก็จะประมาณจำนวนคู่แข่งได้คร่าว ๆ แล้วดูว่าคำนี้ควรจะเข้าไปลงเล่นหรือไม่

2. Meta Keyword - ใส่ดีเสมอตัว ใส่เยอะ ๆ อาจโดนแบนได้ เหตุผลเพราะแท็กตัวนี้ถูกใช้สแปมในการทำ SEO แบบเถื่อน ๆ เมื่อหลายปีที่แล้ว แท็กนี้จึงไม่ถูกตีค่าเลย หลายคนจึงเลือกที่จะไม่ใส่เพราะคิดว่าไม่มีผล ขณะที่หลายคนเลือกที่จะใส่ไปเยอะ ๆ เพราะคิดว่าเทคนิคนี้ยังใช้งานได้ ขอบอกครับว่า เทคนิคนี้ใช้งานไม่้ได้ แต่การใส่ Meta Keyword ที่ดี จะให้ผลที่ดี 2 อย่าง
- เสิร์ช เอ็นจิ้นเล็ก ๆ บางตัวยังนับ Meta Keyword อยู่ เช่น Ask, MSN
- ถ้าคนหากินกับ Adsense จะเป็นการเรียกแอดราคาแพง ๆ มาแปะบนหน้าได้ เพราะบอทของ Adsense จะนับทุกอย่างเป็นองค์ประกอบในการเลือกแอดมาแสดงทั้งหมด

วิธีใส่ที่ดี ใส่ยังไง
- ไม่ควรใส่เกิน 8 คำ เน้นเฉพาะคำ่ที่สำคัญ
- ให้เรียงลำดับความสำคัญ เอาคำที่ต้องการเล่นไว้อันแรกสุด
- ทุกคำที่ใส่ จะต้องมีคำนั้น ๆ อยู่ในเนื้อหาของหน้าเว็บจริง ๆ อย่าใส่โดยที่เนื้อหาในหน้าเว็บนั้นไม่มีคำที่ใส่โดยเด็ดขาด
- ทุกคำ ควรเป็นคำที่เกี่ยวข้องกัน (Google มีระบบที่แยกแยะธีมของคำในรูปแบบต่าง ๆ ได้ครับ)

3. Meta Description - ควรใส่ไว้ก่อน Meta Keyword ด้วยเหตุผลที่บอกข้่างต้นไปว่า Meta Keyword มีความสำคัญน้อยแ้ล้ว แต่ Meta Description ยังมีความสำคัญอยู่ ดังนั้นควรใส่ไว้ให้บน ๆ เพื่อให้บอทเจอก่อนจะดีกว่า

4. เลือกวิธีการย้ายข้อมูลให้ดี วิธีที่แนะนำคือ ให้ใช้ 301 Redirect จะดีกว่าการใช้ Javascript redirect, PHP redirect หรือ Meta Refresh หรือแม้กระทั่ง 302 Redirect ครับ

301 Redirect คือการแจ้งให้บอทของเสิร์ชเอ็นจิ้นทราบว่า หน้านี้จะถูกย้ายไป “แบบถาวร” และเป็นการบอกในตัวด้วยว่า นี่ไม่ใช่การพยายามสแปมหรือใช้ Doorway Page แต่อย่างใด เป็นการป้องกันการโดนแบนครับ

การใช้ 301 Redirect ต้องทำการแก้ไขที่ไฟล์ .htaccess โดยปกติไฟล์นี้จะอยู่ที่ Root เลย วิธีการก็ง่ายมากครับ ใส่บรรทัดนี้ลงไปในไฟล์ .htaccess

Redirect 301 /samsam http://somsom.com/som

/samsam - คือตัวเริ่มต้นที่จะโยนไปครับ แทนคำว่า http://www.domain.com/samsam ซึ่งเราจะใช้เป็นอะไรก็ได้ เช่น ถ้าใส่ / เฉย ๆ ก็คือสั่งให้ย้ายทุกหน้าที่อยู่รูท ให้ไปที่หน้าใหม่ทั้งหมด ถ้ากำหนดเฉพาะหน้าหรือโฟลเดอร์ ก็ให้ใส่ลงไปเลย เช่น /aa.html หรือ /bb หรือ /samsam เป็นต้น

้http://somsom.com/som - คือปลายทางที่จะให้ Redirect ไป ซึ่งจะใช้ http://www.somsom.com หรือ http://somsom.com หรือ http://somsom.com/som ก็ได้ทั้งนั้น ้

    Bookmark 4 เทคนิคควรรู้ก่อนเริ่มต้นทำ SEO at del.icio.us    Digg 4 เทคนิคควรรู้ก่อนเริ่มต้นทำ SEO at Digg.com    Bookmark 4 เทคนิคควรรู้ก่อนเริ่มต้นทำ SEO at reddit.com    Fark 4 เทคนิคควรรู้ก่อนเริ่มต้นทำ SEO at Fark.com    Bookmark 4 เทคนิคควรรู้ก่อนเริ่มต้นทำ SEO at blogmarks    Bookmark 4 เทคนิคควรรู้ก่อนเริ่มต้นทำ SEO at YahooMyWeb

No related posts

Comments

การตลาดบนอินเตอร์เน็ตกำลังจะตาย!! จริงหรือ??

ปัจจุบันการตลาดบนอินเตอร์เน็ตได้เข้ามามีบทบาทในวิถีชีวิตของคนไทยมากขึ้น ในเรื่องของการทำเป็นรายได้เสริม หรือเป็นรายได้หลักสำหรับบางคนที่เข้าถึงแก่นของเรื่องนี้ หลายคนที่อ่านคงรู้จักการทำ SEO รู้จักการหารายได้ด้วย Google Adsense หรือโปรแกรม Affiliate อย่างเช่น CJ, Clickbank กันอยู่แล้ว รวมถึงการหารายได้ด้วยวิธีอื่น ๆ เช่น การขายลิ้งค์บนเว็บ การขายโฆษณา ฯลฯ

สิ่งที่ควรคิดตามคือ การทำรายได้แบบข้างต้นในปัจจุบันนั้น ไม่ง่ายเหมือนแต่ก่อน ไม่มากมายเหมือนแต่ก่อน ทั้งนี้เป็นเพราะ ผู้บริโภคฉลาดขึ้น สามารถแยกแยะได้ระหว่างเว็บที่ทำคุณภาพ กับเว็บที่ทำเพื่อหาเงินอย่างเดียว และคนเหล่านี้ก็จะไม่อุดหนุนหรือซื้อสินค้าผ่านลิ้งค์ของเว็บเหล่านี้ แม้แต่เว็บที่แปะัโฆษณา Google Adsense เพื่อหวังรายได้จากการคลิกก็ตาม การหารายได้ด้วยวิธีดังกล่าว เป็นเรื่องดีในระยะสั้น เพราะทำเงินได้มากด้วยการลงทุนที่ไม่สูง แต่ทั้งหมดนี้กำลังจะเปลี่ยนไปในปี 2007 ด้วยเหตุผลหลายประการ

1. การทำธุรกิจบนอินเตอร์เน็ตไม่ใช้ต้นทุนสูง และ วิธีการไม่ยุ่งยาก มีโปรแกรมแจกฟรีช่วยจัดการมากมาย มีโปรแกรมทำเงินให้เข้าร่วมมากมาย นั่นหมายถึง ในทุก ๆ นาทีที่ผ่านไป รวมถึงตอนที่คุณอ่านบทความนี้อยู่ จะมีผู้คนจำนวนมากที่หลั่งไหลเข้ามาทำธุรกิจบนอินเตอร์เน็ตด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ในทุก ๆ นาทีจะมีคนนับพันที่ออกจากตลาดทำเงินตรงนี้ไป และจะมีคนอีกนับพันที่เข้ามาเสียบแทนที่ ในขณะที่คนนับพันที่ถอนตัวออกไปนั้น ก็พยายามที่จะกลับมาลองทำอีกครั้งหนึ่ง คุณมีคู่แข่งเกิดใหม่ตลอดเวลาเพราะความง่ายในการเริ่มต้น
2. ผู้คนจำนวนมากที่เข้ามา ใช้วิธีการที่เหมือนกันหรือใกล้เคียงกันในการทำการตลาด โดยการอ่านจากสื่อต่าง ๆ เว็บบอร์ดต่าง ๆ แล้วนำวิธีการนั้นมาประยุกต์ใช้ เมื่อคนส่วนใหญ่ใช้วิธีการที่เหมือนกัน วิธีการเหล่านั้นก็จะเริ่มใช้ได้ผลน้อยลง จนถึงไม่ได้ผลเลย ยกตัวอย่างเช่น ปี 2005 มีการบูมเรื่องการทำโฆษณาผ่านเว็บชุมชนออนไลน์ MySpace.com โดยคนเริ่มต้นทำพบว่า MySpace.com เป็นที่รวมของชุมชนคนนับล้านที่เข้าร่วม เมื่อทำการโพสต์ข้อความในบอร์ด ก็จะดึุงคนเข้าเว็บได้เป็นหมื่นเป็นแสน แต่ภายใต้เงื่อนไขว่า ต้องมีเพื่อนในลิสต์เยอะ ๆ จึงมีการสแปมเว็บดังกล่าว และมีโปรแกรมสำหรับสแปมโดยเฉพาะออกมาขาย ทาง MySpace ก็มีมาตรการออกมาป้องกันการสแปมและโต้ตอบ ปัจจุบันโปรแกรมสแปมดังกล่าวต้องปิดตัวลงไป เพราะไม่สามารถใช้ได้กับ MySpace ได้อีกต่อไป ในขณะที่คนในชุมชนของ MySpace ก็เริ่มฉลาดมากขึ้น และเริ่มป้องกันการสแปม ปัจจุบันวิธีการดังกล่าวไม่ได้ผลอีกต่อไป เพราะมีคนใช้วิธีการนี้เยอะเกินไป เป็นต้น

ง่าย ๆ คือ ผู้คนส่วนใหญ่รู้ทันวิธีการเหล่านั้นหมดแล้ว และไม่มีใครชอบเป็นคนโดนหลอก พวกเค้าจึงไม่สนใจโฆษณาที่สแปมมาหาพวกเค้า และการตลาดบนอินเตอร์เน็ตค่อย ๆ ซบเซาลง เหมือนจะค่อย ๆ ตายลง

จริงหรือ??
Read the rest of this entry »

    Bookmark การตลาดบนอินเตอร์เน็ตกำลังจะตาย!! จริงหรือ?? at del.icio.us    Digg การตลาดบนอินเตอร์เน็ตกำลังจะตาย!! จริงหรือ?? at Digg.com    Bookmark การตลาดบนอินเตอร์เน็ตกำลังจะตาย!! จริงหรือ?? at reddit.com    Fark การตลาดบนอินเตอร์เน็ตกำลังจะตาย!! จริงหรือ?? at Fark.com    Bookmark การตลาดบนอินเตอร์เน็ตกำลังจะตาย!! จริงหรือ?? at blogmarks    Bookmark การตลาดบนอินเตอร์เน็ตกำลังจะตาย!! จริงหรือ?? at YahooMyWeb

เริ่มต้นการตลาดบนอินเตอร์เน็ตอะไรคือตัวเราแนวคิดการทำ Affiliate แบบความเป็นกลาง ในความโน้มเ้อียง

Comments (1)

การทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 - เนื้อหาและ H แท็ก

เนื้อหาหรือคอนเท้นต์ (Content) ถือเป็นตัวสำคัญที่จะทำให้เว็บคุณติดอันดับได้ดี ปัญหาที่หลายคนชอบเข้าใจผิดคือ บอทของ SE สามารถอ่านข้อความบนรูปภาพได้ ทำให้หลายคนใส่รูปภาพที่มีรูปประกอบมาเยอะ ทำให้ประสบปัญหาที่พบเจอทั่วไปคือ

1. เว็บโหลดได้ช้า เนื่องจากขนาดของภาพจะใหญ่กว่าตัวอัีกษรมาก
2. ไม่มีผลดีในด้าน SEO เพราะบอทของ SE ไม่สามารถอ่านเนื้อหาบนนั้นได้

สำหรับท่านที่มีความจำเป็นต้องใช้รูปภาพจริง ๆ เนื่องจากอยากให้ตัวอีักษรแสดงผลได้สวยตามที่ตั้งใจไว้ ก็สามารถใช้แท็กอธิบายรูปภาพหรือ Alternate Tag แทนได้นะครับ วิธีการใช้จะัอยู่ในรูป HTML ดังนี้ครับ

<img src=”/images/aa.jpg” alt=”ใส่คำที่ต้องการใช้ลงไป”>

โดยมีข้อที่ควรระวังเกี่ยวกับการใช้ Alt Tag ดังนี้ครับ
1. Alt Tag จะถูกอ่านและตีความเนื้อหาในนั้น ก็ต่อเมื่อรูปนั้นเป็นลิ้งค์ที่เชื่อมไปยังหน้าอื่น ๆ หากรูปนั้นเป็นรูปเฉย ๆ ข้อความใน Alt Tag จะไม่ถูกตีความแต่อย่างใด
2. ไม่ควรใช้เกิน 3 รูป หากใช้เยอะ SE จะมองว่าเป็นความพยายามที่จะสแปม และทำให้อันดับเว็บร่วงได้
3. น้ำหนักของ Alt Tag ย่อมไม่เท่ากับเนื้อหาจริง ๆ ครับ

ในส่วนของเนื้อหานั้น สิ่งที่ SE ชอบมากที่สุดคือ เนื้อหาที่แตกต่าง (Unique Contents) และมีการอัพเดตตลอดเวลา ถ้าเนื้อหานั้นซ้ำกับเว็บอื่น ๆ SE จะถือหลักว่าเจอของใครก่อน คนนั้นคือต้นตำรับของเนื้อหาตัวนั้น ส่วนที่เจอทีหลังจะถูกตีความว่าเป็นเนื้อหาที่ซ้ำหรือ Supplement Results ซึ่งมูลค่าของเว็บจะถูกลดทอนลงไป

แล้วถ้าเนื้อหาของผมเป็นข่าวมาตัดแปะล่ะ?
ไม่มีปัญหาครับ ถ้าคุณเอาข่าวจากเว็บไหนมาลง ขอให้ทำลิ้งค์กลับไปยังเว็บนั้น SE จะัไม่มองว่าคุณสแปมครับเพราะถือว่าคุณมีการอ้างอิงที่มาของข้อมูล ไม่มีเจตนาที่จะคัดลอกข้อมูลคนอื่นทั้งดุ้นเพื่อมาหากิน

H แท็กคืออะไร สำคัญอย่างไร?
แท็กตัวนี้ใช้เน้นความสำคัญของคำครับ โดยจะมีใช้กันทั่วไป 6 ระดับ (H1 - H6) ลำดับความสำคัญของ Tag ก็จะลดหลั่นไปตามตัวเลข วิธีการที่ดีที่สุดคือ ให้เอาคำที่ต้องการให้ติดไปใส่ใน H1 แท็ก เน้นว่า เป็นคำสั้น ๆ ที่ต้องการใช้ อย่าพยายามสแปมด้วยประโยคยาว ๆ นะครับ รับรองว่าจะโดน SE ตีความว่าเป็นสแปมอย่างแน่นอน สำหรับผู้ที่รู้สึกว่า H Tag มันน่าเกลียดเพราะใหญ่มาก มีวิธีแก้ครับ ช่วงหน้าผมจะมาบอกถึงการประยุกต์ใช้สไตล์ชีทหรือ CSS คู่กับ H แท็ก เพื่อให้ได้ทั้งความสวยงามและ SEO

    Bookmark การทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 - เนื้อหาและ H แท็ก at del.icio.us    Digg การทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 - เนื้อหาและ H แท็ก at Digg.com    Bookmark การทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 - เนื้อหาและ H แท็ก at reddit.com    Fark การทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 - เนื้อหาและ H แท็ก at Fark.com    Bookmark การทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 - เนื้อหาและ H แท็ก at blogmarks    Bookmark การทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 - เนื้อหาและ H แท็ก at YahooMyWeb

การทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 - Meta Tagsการทำ SEO เบื้องต้นภาค 1การทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 - Title Tag

Comments

การทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 - Meta Tags

Meta Tags เป็นส่วนที่ใช้เสริมเพื่อทำให้ทั้งบอทและคนเข้าใจง่ายขึ้นว่าเว็บต้องการนำเสนออะไร Meta Tags มีหลายประเภทแต่ที่นิยมใช้ในแง่ SEO จะมี 2 แบบคือ
1. Meta Description

<meta name=”description” content=”ใส่คำอธิบายเว็บคุณลงที่นี่” />

2. Meta Keyword

<meta name=”keywords” content=”ใส่คำที่คุณต้องการใช้ คั่นด้วยเครื่องหมายคอมม่า (,)” />

ปัจจุบันนี้ SE แทบจะไม่ให้ความสำคัญกับ Meta Tag เหมือนแต่ก่อนแล้ว โดย Meta Keywords จะถูกใช้เพียงแค่ดูธีมรวมของเว็บ แต่จะไม่มีน้ำหนักในแง่ของ SEO ขณะที่ Meta Description ยัีงมีน้ำหนักอยู่บ้าง การใส่แท็กทั้ง 2 ไปในเ้ว็บไม่มีผลเสียอะไร แต่ถ้าสแปม Meta Keywords อาจทำให้อันดับเ็ว็บร่วงได้

ทิป : คุณควรใส่ Meta Description ทันทีหลังจาก Title Tag เพื่อให้มีบอทของ SE เข้ามาอ่านง่ายขึ้น มีผลบวกในแง่ SEO

<title> ใส่ไตเติ้ลที่คุณต้องการที่นี่</title>
<meta name=”description” content=”ใส่คำอธิบายเว็บคุณลงที่นี่” />
<meta name=”keywords” content=”ใส่คำที่คุณต้องการใช้ คั่นด้วยเครื่องหมายคอมม่า (,)” />

คราวหน้าจะมาต่อด้วยเรื่องของเนื้อหา และ H Tags ครับ

    Bookmark การทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 - Meta Tags at del.icio.us    Digg การทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 - Meta Tags at Digg.com    Bookmark การทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 - Meta Tags at reddit.com    Fark การทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 - Meta Tags at Fark.com    Bookmark การทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 - Meta Tags at blogmarks    Bookmark การทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 - Meta Tags at YahooMyWeb

การทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 - เนื้อหาและ H แท็กการทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 - Title Tag4 เทคนิคควรรู้ก่อนเริ่มต้นทำ SEO

Comments

การทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 - Title Tag

บทนี้จะทำให้คุณมองภาพการทำ On-Page SEO ชัดเจนมากขึ้นนะครับ นอกจากเนื้อหาบนตัวเว็บแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้องอีก โดยจะไล่ไปตามลำดับความสำคัญนะครับ

1. Title Tag (40%) - อยู่บรรทัดเกือบบนสุด อยู่ระหว่าง เป็นส่วนที่สำคัญที่สุดในการทำ On-Page SEO นะครับ จะยกตัวอย่าง 2 แบบให้ดูนะครับ

Untitled Document = แย่มาก
AAA.com = ไม่ดี
red, green, blue, orange, purple, grey = สะเปะสะปะ และไม่มีคำสำคัญที่จะเน้นให้ SE เห็น
รับทำบัญชี, การเงิน, สารพัดข่าวสารเกี่ยวกับการเงิน ครอบคลุมทุกหัวข้อ สนใจโปรดติดต่อ… = ยาวไป
รับทำบัญชี - AAA.com = แบบนี้ถือว่าดีที่สุด เพราะมีคำที่ต้องการให้ SE เห็น และคนเห็นก็รู้ว่าเว็บคุณนำเสนอเกี่ยวกับอะไร

มี 5 ข้อที่ควรจำในการทำ Title Tag คือ
1. ไม่ควรเป็น Untitled Document หรือชื่อเว็บโดยตรง แต่ให้นำคำที่ต้องการให้ติดมาไว้เป็นคำแรกสุด และคำที่ 2 และ 3 ไล่ลำดับมา เรียงตามความสำคัญ
2. ไม่ควรยาวเกิน 60 ตัวอักษร (รวมช่องว่างระหว่างคำแล้ว) มากสุดได้ไม่เกิน 75 ถ้ายาวกว่านี้ SE จะมองว่าเป็นการสแปมและพยายามที่จะครอบคลุมทุกคำ ทำให้อันดับเว็บตกได้
3. ยิ่งไตเติ้ลยาวมากเท่าไหร่ ความสำคัญของคำแต่ละคำในไตเติ้ลจะถูกลดลงเท่านั้น
สมมติต้องการให้เว็บติดคำว่า “รับทำำบัญชี”

= แบบนี้น้ำหนักของคำจะถูกหาร 3 หรือ 4
= แบบนี้จะได้น้ำหนักไปเต็ม ๆ ซึ่งจะดีกว่าแบบแรกถ้าเราต้องการให้่เ้ว็บเราติดคำนั้น แต่จะไม่ครอบคลุมคำทั้งหมดที่เกี่ยวข้องเหมือนแบบแรก

4. คำที่นำมาวางไว้ ควรเกี่ยวข้องกัน ไม่ควรเป็นคนละเรื่อง เช่น บัญชี ดอกไม้

สิ่งสำคัญที่ควรจำไว้คือ ถ้าอันดับเว็บดีอยู่แล้ว ห้ามเปลี่ยน Title Tag โดยเด็ดขาด ไม่งั้นเว็บอาจร่วงแบบกู่ไม่กลับได้ครับ

ตอนต่อไปเราจะมาว่ากันด้วยเรื่องของ Meta Tags กันนะครับ ^^

    Bookmark การทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 - Title Tag at del.icio.us    Digg การทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 - Title Tag at Digg.com    Bookmark การทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 - Title Tag at reddit.com    Fark การทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 - Title Tag at Fark.com    Bookmark การทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 - Title Tag at blogmarks    Bookmark การทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 - Title Tag at YahooMyWeb

การทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 - Meta Tagsการทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 - เนื้อหาและ H แท็กเริ่มต้นการตลาดบนอินเตอร์เน็ต

Comments

แค่มี SEO ทำเว็บให้ติดอันดับต้น ๆ ได้ก็จบแล้ว ใช่มั้ย?

ไม่ใช่ครับ ผมอยากให้คุณอ่าน 4 ข้อนี้ก่อนที่จะเริ่มลงมือทำเว็บของคุณเอง (ถ้าคุณอยากจะทำเว็บเพื่อหารายได้นะครับ)

1. SEO เป็นทางออกที่ดีสำหรับการหาลูกค้าใหม่ ผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บรายใหม่ ๆ แต่ไม่ใช่ทางออกของปัญหาทุกอย่าง อย่าเอาเว็บคุณผูกไว้กับการทำ SEO อย่างเดียว เพราะ SE มีการอัพเดตตัวเองอยู่ตลอดเวลา ถ้าเว็บคุณอิงทราฟฟิกจาก SE ตลอด โดยที่ไม่มีคนที่ติดตามหรือสนใจเว็บคุณจริง ๆ เมื่ออันดับใน SE ตก ทราฟฟิกก็จะตก รายได้ก็จะตกตามไปด้วย คุณภาพของเว็บที่ดี, การใช้งานง่าย, การอัพเดตเนื้อหาที่มีประโยชน์สม่ำเสมอ , มีสิ่งที่น่าสนใจนำเสนอ จะเป็นตัวที่ทำให้เว็บของคุณเติบโตในระยะยาวครัีบ เพราะคนที่กลับมาเยี่ยมเว็บคุณอีกครั้ง (Return Visitors) คือปัจจัยสำคัญ คนเหล่านี้จะเข้ามาเว็บคุณด้วยตัวเองและบอกต่อกับเพื่อน ๆ ของเค้าถึงเว็บของคุณถ้าเว็บคุณน่าสนใจมากพอ

2. อย่าพยายามทำเว็บของคุณให้เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของทุกคนครับ ขอให้ใช้หลักของเซนโบราณว่า “ยิ่งน้อยยิ่งดี” (Less is more) เวลาที่จะทำเว็บนะครับ คุณสามารถเป็นทุกสิ่งทุกอย่างได้ ถ้าคุณทำเป็นเจ้าแรก และถ้ามันเป็นเมื่อ 8-9 ปีที่แล้วในยุคที่อินเตอร์เน็ตเป็นของใหม่ อะไรก็ดีัไปหมด แต่ในยุคนี้มันเลยจุดนั้นมาแล้วครับ คุณอาจมีคำถามว่า เว็บดังอย่างอเมซอนยังทำทุกสิ่งทุกอย่างแล้วยังทำเงินได้มหาศาล แล้วทำไมคุณจะทำแบบนั้นบ้างไม่ได้? เพราะว่า คุณไม่ได้เป็นเจ้าแรกครับ อเมซอนสร้างภาพไว้ในใจของลูกค้าแล้วว่า เค้าคือตัวจริงของร้านค้าที่ขายทุกสิ่งบนอินเตอร์เน็ต คุณคิดว่าจะเอาอะไรไปลบภาพนั้นของอเมซอนในใจของลูกค้าเหล่านั้นครับ? แม้แต่ Walmart ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าชั้นนำด้านราคาถูกที่ใหญ่มากของอเมริกา ที่ครั้งหนึ่งเคยคิดจะแข่งกับอเมซอน ยังรบไม่ชนะเลยครับ ความคิดอันนึงของพวกเขาที่เฉียบมากคือ “คุณไม่สามารถเป็นอเมซอนที่ีดีไปกว่าอเมซอนได้” นั่นเป็นสิ่งที่บอกในตัวอยู่แล้วว่า เอกลักษณ์สำคัญเพียงใด จงโดดเด่นและเป็นตัวของตัวเองครับ
Read the rest of this entry »

    Bookmark แค่มี SEO ทำเว็บให้ติดอันดับต้น ๆ ได้ก็จบแล้ว ใช่มั้ย? at del.icio.us    Digg แค่มี SEO ทำเว็บให้ติดอันดับต้น ๆ ได้ก็จบแล้ว ใช่มั้ย? at Digg.com    Bookmark แค่มี SEO ทำเว็บให้ติดอันดับต้น ๆ ได้ก็จบแล้ว ใช่มั้ย? at reddit.com    Fark แค่มี SEO ทำเว็บให้ติดอันดับต้น ๆ ได้ก็จบแล้ว ใช่มั้ย? at Fark.com    Bookmark แค่มี SEO ทำเว็บให้ติดอันดับต้น ๆ ได้ก็จบแล้ว ใช่มั้ย? at blogmarks    Bookmark แค่มี SEO ทำเว็บให้ติดอันดับต้น ๆ ได้ก็จบแล้ว ใช่มั้ย? at YahooMyWeb

No related posts

Comments

การทำ SEO เบื้องต้นภาค 1

ก่อนอื่น ต้องเข้าใจก่อนนะครับว่า SEO คือการทำให้เว็บของเราทุกหน้าเป็นหน้าที่ตัวค้นหาชอบ ตัวค้นหรือ Search Engine ซึ่งต่อไปนี้ผมจะเรียกให้สั้น ๆ เข้าใจง่ายว่า SE นะครับ จะเป็นสื่อกลางที่คนจะเข้ามาค้นหาข้อมูลสินค้าหรือบริการที่ตนเองอยากรู้ SE จะทำหน้าที่เก็บข้อมูลเว็บ โดยผ่านบอทของตัวเอง ที่จะวิ่งไปตามเว็บต่าง ๆ และเก็บข้อมูลไว้ในฐานข้อมูล เมื่อมีคนค้น SE จะทำการแสดงผลเว็บที่ “มีความเกี่ยวข้อง” กับสิ่งที่ค้นหามากที่สุดเพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ค้นหา สิ่งที่ SE ให้ความสำคัญกับเว็บที่นำมาแสดงผลนั้น เบื้องต้นคือ เนื้อหา (Content) นั่นเองครับ แต่การจัดลำดับของ SE จะมีปัจจัยหลายตัวที่มากกว่าแค่เนื้อหาบนตัวเว็บครับ (รายละเอียดจะกล่าวถึงในบทระดับสูงครับ)
Read the rest of this entry »

    Bookmark การทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 at del.icio.us    Digg การทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 at Digg.com    Bookmark การทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 at reddit.com    Fark การทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 at Fark.com    Bookmark การทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 at blogmarks    Bookmark การทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 at YahooMyWeb

การทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 - เนื้อหาและ H แท็กเริ่มต้นการตลาดบนอินเตอร์เน็ตการทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 - Meta Tags

Comments (1)

เริ่มต้นการตลาดบนอินเตอร์เน็ต

เวลาที่เราเริ่มต้นทำเว็บไซต์ บางคนอาจมีเป้าหมายเพื่อทำทิ้งไว้เฉย ๆ ในขณะที่อีกหลายคนมีเป้าหมายคือ อยากให้เว็บนั้่นมีคนเข้าเยี่ยมชมมาก ๆ มีคนพูดถึง ให้ความสนใจ โด่งดัง เป็นต้น การทำการตลาดให้กับเว็บเพื่อให้มีผู้คนเข้ามาเยี่ยมชมเว็บมาก ๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญ เราจะเรียกผู้คนที่เข้ามาชมเว็บในศัพท์ที่เข้าใจง่ายคือทราฟฟิก (Traffic) ที่มาของทราฟฟิกมาพื้นฐานจากอะไรได้บ้าง

1. เว็บบอร์ดหรือฟอรั่ม (Web board, Forums) ตัวอย่างที่เห็นได้ง่าย ๆ คือ Pantip.com, Mthai.com ซึ่งเป็นบอร์ดสาธารณะ เมื่อคุณพบสิ่งที่น่าสนใจ คุณนำลิ้งค์ไปโพสต์ไว้ในบอร์ด เมื่อคนเข้ามาอ่านแล้วสนใจก็จะตามลิ้งค์นั้นไป

2. ลิ้งค์หรือแบนเนอร์ (Link, Banner) อันนี้เป็นแบบที่เห็นกันเยอะที่สุด ตัวอย่างเช่นโฆษณาที่อยู่ในพันทิบ เมื่อคนเห็นก็จะกดเข้าไปยังเว็บนั้น ๆ

3. บอกปากต่อปาก (Word of mouth marketing) แบบนี้จะดีมาก เพราะคนที่โดนบอกต่อส่วนใหญ่จะเป็นคนรู้จัก และจะมีความเชื่อถือในตัวคนที่บอกและข่าวสารที่ได้รับมากกว่าจากแหล่งอื่น ทำให้มีโอกาสที่จะเข้ามามากกว่า

แต่ยังมีที่มาของทราฟฟิกอีกอันหนึ่ง ฟรีและสามารถดึงคนเข้ามาได้คราวละมาก ๆ นั่นคือ เว็บค้นหาหรือเสิร์ชเอ็นจิ้น (Search Engine) ต่อจากนี้ผมจะขอเรียกสั้น ๆ ว่า SE นะครับ
Read the rest of this entry »

    Bookmark เริ่มต้นการตลาดบนอินเตอร์เน็ต at del.icio.us    Digg เริ่มต้นการตลาดบนอินเตอร์เน็ต at Digg.com    Bookmark เริ่มต้นการตลาดบนอินเตอร์เน็ต at reddit.com    Fark เริ่มต้นการตลาดบนอินเตอร์เน็ต at Fark.com    Bookmark เริ่มต้นการตลาดบนอินเตอร์เน็ต at blogmarks    Bookmark เริ่มต้นการตลาดบนอินเตอร์เน็ต at YahooMyWeb

การตลาดบนอินเตอร์เน็ตกำลังจะตาย!! จริงหรือ??การทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 - เนื้อหาและ H แท็กอะไรคือตัวเรา

Comments

Next entries »