Archive for SEO

Google Q3 PR/Backlink updated

หลังจากมีกลิ่นประมาณสัปดาห์นึง เมื่ออันดับเว็บของหลาย ๆ ท่านวิ่งขึ้นลงกระจาย และแล้วก็ถึงวันที่ทุกท่านรอคอย นั่นคือ วันที่ PR อัพเดตนั่นเอง!

คงไม่พูดถึงเรื่อง PR เพราะหลายท่านที่อ่านคงทราบดีอยู่แล้ว แต่การอัพเดตหนนี้มีประเด็นที่น่าสนใจหลายเรื่อง โดยเฉพาะสำหรับคนที่หากินกับ SEO ออกตัวก่อนว่า อันนี้เป็นความเห็นจากประสบการณ์ส่วนตัวนะครับ ใครมีอะไรแย้งก็คอมเม้นท์ได้เลย

การอัพเดตหนนี้ เป็นการอัพเดตต่อจากคราวที่แล้วที่พยายามกำจัดการซื้อขายลิ้งค์โดยมองเพียงแค่ PR การอัพเดตหนนี้ผมมองว่า Google มีการเพิ่มระดับการกรองลิ้งค์ที่สูงขึ้นกว่าเดิมมาก ที่อันดับเว็บของหลายคนวิ่งขึ้นลงนั้น เป็นเพราะ Google ทำการกรองลิ้งค์ของพวกท่านออกไป “เยอะมาก”

ขณะที่ PR ของเว็บใหม่ ๆ ส่วนใหญ่ จะแกว่งมากและได้ไม่ตรงกับ backlinks ที่เว็บนั้นมี คุณจะได้เห็นเว็บใหม่ ๆ ที่ไม่เคยโปรโมท ไม่เคยทำลิ้งค์มาก่อน ได้ PR 3-4 เป็นว่าเล่น หลายท่านสงสัยว่า ไม่มีลิ้งค์ PR3-4 วิ่งเ้ข้ามาเลย แล้วได้มาจากไหน? ไม่ต้องแปลกใจครับ ในการอัพเดตหนต่อไป PR ของท่านจะร่วงแน่นอน ถ้าท่านไม่หาลิ้งค์แรง ๆ อัดเข้าไป เพราะ PR ที่ Google มอบให้เว็บใหม่นั้น เสมือน PR กลวง ๆ ที่ไม่ได้สะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของเว็บนั้น หลายคนที่นิยมการซื้อโดเมนหรือลิ้งค์บนเว็บที่ PR สูง ๆ อาจจะต้องเหงื่อตกเมื่อพบว่า ในการอัพเดตหนต่อไป PR4 อาจเหลือแค่ 1 ได้อย่างง่ายดาย เมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่ง (6-9 เดือน) PR ของเว็บนั้นก็จะเิริ่มนิ่ง

สรุปเป็นข้อ ๆ คือ

1. Google เพิ่ม criteria การกรองลิ้งค์สูงกว่าที่เคยเป็นมามาก PR และอันดับของเว็บท่านจะร่วงหรือผันผวนอย่างหนักในการอัพเดตนี้ ถ้าลิ้งค์ที่ท่านหามาในรอบ 3-4 เดือนไม่มีคุณภาพมากพอ (ไม่ผ่าน criteria ที่ Google ตั้งเพิ่มขึ้นมา)

2. อายุของลิ้งค์บนโดเมนที่วิ่งเข้าหาเว็บเรา (ลิ้งค์นั้นอยู่หน้านั้นมานานเท่าไหร่) จะมีผลต่ออันดับเว็บอย่างมาก สมมติคุณจะมีลิ้งค์จาก PR7 ที่อายุ 5 ปี แต่ระหว่างลิ้งค์ที่อยู่บนหน้านั้นมานาน 1 ปี กับ 1 เดือนจะถูกตีมูลค่าแตกต่างกันมาก ซึี่งปกติน้ำหนักก็จะแตกต่างกัน แต่การอัพเดตหนนี้ ลิ้งค์จะถูกโยนไปไว้ในกระบะทราย และไม่ถูกนำมาคำนวณนานกว่าเดิม และเช่นเคย ลิ้งค์ที่อยู่ในเนื้อหา (ที่ไม่สแปม) จะมีมูลค่ามากกว่าลิ้งค์โดด ๆ

3. การปั่น PR สำหรับเว็บเก่า ๆ จะยากกว่าเว็บใหม่

ใครที่อยากทำเว็บใหม่ นี่เป็นเวลาที่เหมาะสมมาก เพราะท่านจะมีเวลาเตรียมตัว 3-4 เดือนจนกว่า PR/backlink หนหน้าจะอัพเดต :)

    Bookmark Google Q3 PR/Backlink updated at del.icio.us    Digg Google Q3 PR/Backlink updated at Digg.com    Bookmark Google Q3 PR/Backlink updated at reddit.com    Fark Google Q3 PR/Backlink updated at Fark.com    Bookmark Google Q3 PR/Backlink updated at blogmarks    Bookmark Google Q3 PR/Backlink updated at YahooMyWeb

หากเราคลิกโดนแอดของเราเอง ควรจะบอก Google หรือไม่Pagerank down = Ranking down? Noอัพเดตข่าวคราว SEO - Google กำลังทำอะไร?

Comments

Pagerank down = Ranking down? No

เพื่อน ๆ ที่ติดตามการอัพเดต PR หนนี้คงตกใจกันยกใหญ่ เพราะการอัพเดตหนนี้ใหญ่กว่าครั้งที่ผ่านมามาก ใหญ่กว่ายังไง? เว็บเก่า ๆ ส่วนใหญ่จะได้ PR ที่ต่ำลง ขณะที่เว็บใหม่ ๆ ที่แทบไม่มีลิ้งค์ กลับได้ 3-4 อย่างง่ายดาย หมายความว่ายังไง?

ส่วนตัวผมมองว่า นี่เป็นการปรับระบบ PR ครั้งใหญ่ โดยที่ PR จะไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับอันดับของเว็บแล้ว และทาง Google เองก็ได้ลดความสำคัญของลิ้งค์ที่มาจากที่ต่อไปนี้ลง
1. Forums Signature - ถ้าใครที่มีแอคเค้านท์ในบอร์ดใหญ่ ๆ เช่น Digital Point หรือ SEOChat, Wickedfire แล้วโพสต์เยอะ ๆ + ฝังลายเซ็นไว้ เว็บท่านจะโดนบอทเข้ามาเก็บและอินเด็กซ์อย่างรวดเร็วมาก ซึ่งตอนนี้ก็ยังทำให้มีบอทเข้ามาเหมือนเดิม แต่น้ำหนักน่าจะแทบไม่เหลือแล้ว
2. General Directory - เป็นเรื่องหนาว ๆ ร้อน ๆ สำหรับคนที่หากินกับการขายลิสต์ในไดเร็คทอรี่ เพราะ PR ของไดเร็คทอรี่เก่า ๆ ส่วนใหญ่จะตกลง โดยเฉพาะที่หากินเป็นเรื่องเป็นราว เช่น Alive, Aviva
3. Link Cloud - ขอแสดงความเสีัยใจกับคนที่เคยซื้อลิ้งค์พวกนี้ด้วยครับ (ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น ซื้อเมื่อหลายเดืิอนที่แล้ว) ที่ลิ้งค์พวกนี้จะถูกตีค่าเป็น 0 เพราะหน้าพวกนี้ PR (เคย)สูง แต่มีแต่ลิ้งค์ ไปเว็บต่าง ๆ ที่ไม่เป็นธีมเดียวกันเลย

และสิ่งที่ Google ให้ีความสำคัญมากขึ้นในการปรับหนนี้ืคือ
1. Domain Age - โดเมนไหนที่ PR ตก อย่าเพิ่งรีบขายครับ เก็บไว้ก่อน ต่อจากนี้อายุของโดเมนเป็นเรื่องสำคัญมากกว่าที่เคยเป็นมามาก ใครคิดจะทำเว็บแนะนำให้รีบจดแล้วหาลิ้งค์ให้มันโดนอินเด็กซ์ก่อนให้เร็วที่สุดครับ
2. Unique Content - เพราะมีเว็บที่ปั่นหน้าเยอะมาก และหน้าพวกนั้นก็มีเนื้อหาซ้ำกันมาก + การรีไรท์ที่ห่วย เป็นแพ็ทเทิร์นซ้ำ ๆ กัน ในการทำ SEO ต่อจากนี้ เรื่องของเนื้อหาที่เป็นเอกลักษณ์ หรือไม่ซ้ำกับใคร จะเป็นหัวใจหลักมากขึ้น ถ้าเพื่อน ๆ สังเกตให้ดี จะเห็นว่าในช่วงก่อนหน้านี้ 2 เดือน Google มีกระบวนการ De-index และ Re-index สลับไปมาบ่อยครั้งมาก นั่นเป็นสัญญาณเตือนถึงการกรองหน้าขยะออก

ผมอยากให้จับตาการปรับ PR หนต่อไปให้มาก ๆ ครับ ส่วนตัวผมคิดว่าการปรับหนนี้ เป็นการปรับขนาดเล็กเท่านั้น เพราะการที่เว็บใหม่ ๆ ไม่มีลิ้งค์เลยได้ PR3-4 อย่างง่ายดาย เป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้น ขณะที่หลายเว็บ ที่มีทั้งลิ้งค์เยอะ ๆ มี Unique Content และมีการอัพเดตสม่ำเสมอ PR กลับร่วงลงมา 1-3 ระดับอย่างน่าใจหาย ผมมองว่าการปรับหลังจากนี้ เว็บทั้งหมดจะถูกรวบและตบ PR ให้เข้าที่เข้าทาง

ขณะที่ PR ร่วง แต่อันดับเว็บกลับสูงขึ้น อันนี้เป็นประสบการณ์ตรงจากเว็บของตัวเองที่ทำอยู่ ส่วนตัวผมคิดว่า PR ที่ออกมาที่ทูลบาร์นั้น ไม่ใช่ของจริง คือ มูลค่าของเว็บยังเป็นเท่าเดิม หรือมากขึ้น แต่ PR ที่แสดงออกไม่ใช่ PR ที่แท้จริงของเว็บนั้น ๆ อีกต่อไป คิดว่าการปรับหนนี้ต่อเนื่องจากการที่ Google พยายามกำจัดการซื้อ-ขายลิ้งค์เพื่อปั่นอันดับเว็บ คนที่เคยซื้อลิ้งค์โดยวัดจาก PR อย่างเดียว ก็อาจจะต้องยุติการซื้อ ซึ่งก็ตรงตามเป้าที่ Google วา่งไว้เช่นกัน

รอดูคลื่นลูกใหญ่ครับ อีกไม่นาน

    Bookmark Pagerank down = Ranking down? No at del.icio.us    Digg Pagerank down = Ranking down? No at Digg.com    Bookmark Pagerank down = Ranking down? No at reddit.com    Fark Pagerank down = Ranking down? No at Fark.com    Bookmark Pagerank down = Ranking down? No at blogmarks    Bookmark Pagerank down = Ranking down? No at YahooMyWeb

Free Directory กับการทำ SEOอัพเดตข่าวคราว SEO - Google กำลังทำอะไร?

Comments (1)

อัพเดตข่าวคราว SEO - Google กำลังทำอะไร?

อัพเดตข่าวคราวเล็กน้อยครับ ขอโทษที่ไม่ได้อัพบล็อกนาน ^^ งานเยอะสุด ๆ จำไว้นะครับ ทำงานอยู่บ้านอาจทำให้ท่านขี้เกียจและอ้วนได้

ช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ผมสังเกตว่าผลการค้นหารวมใน Google.com ที่ดูผ่านประเทศไทย กับดูผ่าน US จะไม่เหมือนกัน อยากรู้ว่าเป็นยังไงให้ลองใช้ Proxy เข้าไปดูเอาครับ

ตัวอย่าง คำว่า Florist Directory
Google.com (Thailand)
Results 1 - 10 of about 2,030,000 for florist directory. (0.15 seconds)
Google.com (US)
Results 1 - 10 of about 406,000 for florist directory. (0.12 seconds)

คำเดียวกัน ใน Google.com เหมือนกัน แต่ต่างประเทศ ผลการค้นหารวมแตกต่างกันชัดเจน โดยปกติไม่ว่าจะดูจากที่ไหน ผลต่างจะไม่เกิน 5-10%

และปกติคำนี้ใน Google.com ผลการค้นหาจะมีกว่า 60,000,000

สิ่งนี้บอกอะไรกับเรา?

ส่วนตัวผม คิดว่าตอนนี้ Google กำลัง De-index และ Re-index เหมือนที่ทำหนนึงเมื่อ 2 เดือนที่แ้ล้ว เป็นความพยายามที่จะกำจัดหน้าพวกสแปมหรือขยะทิ้ง

ถ้าอ่านใน DP จะเห็นหลายคนบ่นว่าอันดับตก งานนี้จะเริ่มเห็นชัดขึ้น ถ้าลิ้งค์ใครไม่แข็งพอ หรือหน้าสแปมเยอะ ๆ จำพวกเว็บปั่น อันดับจะตกหรือโดน De-index

ที่สำคัญ ดูเหมือนการสร้างลิ้งค์เข้ามาเร็วในตอนนี้ จะเป็นผลเสียมากกว่าผลดี

เพราะ Google กำลังเอาจริงกับเรื่องการซื้อขายลิ้งค์ และทำให้ระบบ Pagerank เกือบจะหมดความหมายเพราะมันใช้เงินสร้างกันได้ ดังนั้น เว็บที่มีลิ้งค์เข้ามาเร็ว ๆ ผิดปกติ อาจทำให้หล่นกลับไปแซนด์บอกซ์ หรือร้ายกว่านั้นลิ้งค์เหล่านั้นก็ถูกตีค่าเป็นศูนย์ไป

ระดับไหนที่เร็วเกินไป? แต่ก่อน พันนึงในหนึ่งวัน ถือว่าเร็ว เดี๋ยวนี้ ร้อยนึงในหนึ่งวันก็เริ่มโดนเพ่งแล้ว

ขอให้จำ 2 ข้อนี้ไว้ครับเพื่อความปลอดภัย
- Unique Content เท่านั้น ที่ไปก็อปมาแปะให้เตรียมใจได้ คงโดน De-index ภายในรอบนี้ครับ และโดเมนที่มีเนื้อหานั้นอยู่ อาจโดนลดคะแนนลง ถ้่าจะก็อปมาใส่ ให้ทำการรีไรท์ จะวิธีไหนก็ได้ให้ Unique ที่สุดครับ
- สร้างลิ้งค์ช้า ๆ ไอ้ที่เตรียมซื้อลิ้งค์ไว้เป็นร้อย ๆ ที่พร้อมกันตอนนี้ ขอให้ชะลอก่อน การโยนลิ้งค์จากเว็บลูกข่ายที่อยู่ใน Class C เดียวกันก็ขอให้ชะลอลงเช่นกัน

**ระหว่างเขียนมีน้องคนนึงเขียนเมล์มาถาม ขอตอบที่นี่แล้วกันนะครับ**
ถาม การซับมิทไดเร็คทอรี่วันนึง 600 ที่ จะทำให้โดนข้อหาสแปมหรือไม่คับ?

ตอบ ไม่โดนแน่นอน เพราะไม่ใช่เมื่อคุณซับมิทไป พวกเค้าจะพร้อมใจกัน Approve เว็บคุณวันเดียว 600 ที่ ก็ทยอยกันไป ดังนั้นลิ้งค์จะเข้ามาเหมือนธรรมชาติ

    Bookmark อัพเดตข่าวคราว SEO - Google กำลังทำอะไร? at del.icio.us    Digg อัพเดตข่าวคราว SEO - Google กำลังทำอะไร? at Digg.com    Bookmark อัพเดตข่าวคราว SEO - Google กำลังทำอะไร? at reddit.com    Fark อัพเดตข่าวคราว SEO - Google กำลังทำอะไร? at Fark.com    Bookmark อัพเดตข่าวคราว SEO - Google กำลังทำอะไร? at blogmarks    Bookmark อัพเดตข่าวคราว SEO - Google กำลังทำอะไร? at YahooMyWeb

Free Directory กับการทำ SEOการเลือกโดเมนกับ SEOหากเราคลิกโดนแอดของเราเอง ควรจะบอก Google หรือไม่

Comments

การเลือกโดเมนกับ SEO

พูดถึงเรื่องนามสกุลของโดเมนเนม มือใหม่ทีทำ SEO หลายคนสงสัยว่า นามสกุลหรือ Domain Extension มีผลในแง่ SEO หรือไม่ ผมตอบได้เลยครับว่า ไม่มีผลเลยแม้่แต่น้อย จะเป็นดอตอะไร ขอแค่เป็นเว็บที่มีเนื้อหาดี มีลิ้งค์เข้ามาอย่างสม่ำเสมอ และมีการอัพเดตอย่างต่อเนื่อง ก็จะกลายเป็นเว็บที่ดีได้ ทั้งในสายตาของผู้ใช้และเสิร์ช เอ็นจิ้น

ถ้าคุณทำเว็บสายเทาถึงดำ จะใช้โดเมนแบบไหนก็ได้ แต่ถ้าทำเว็บสายขาว กะหากินยาว ๆ ถ้าให้ผมเลือก และให้แนะนำ ผมขอแนะนำให้ใช้ .com เท่านั้น

ผมเคยสงสัยเหมือนกันว่า ทำไมบางคนถึงอยากจะได้ชื่อที่ต้องการเป็น .com นักหนา ทั้ง ๆ ที่นามสกุึลอื่นที่เหลือว่างก็มี เหตุผลคือ .com เป็นที่จดจำง่ายกว่า และมีความน่าเชื่อถือมากกว่าเวลาที่เว็บถูกแนะนำออกไป

มีกรณีศึกษาเก่าแก่อันนึง ระหว่าง Rent.com กับ Rent.net

ขณะที่ Rent.net ทำการโปรโมทเว็บอย่างมากมาย รวมถึงการแปะโฆษณาไว้ที่ข้างรถประจำทางด้วย แต่ผลการลงทุนมหาศาลกลับไปตกอยู่กับ Rent.com ซะอย่างนั้น

เพราะคนทั่วไปพอได้ยินชื่อ มักจะพิมพ์ .com ไปโดยอัตโนมัติ ขณะที่หลายคนเจอเว็บที่ใช้นามสกุลอื่น แต่ก็ยังลองพิมพ์เป็น .com เพราะอยากเห็นหน้าตา

เหมือนกับว่า .com เป็นความเคยชินของคนทั่วไป

ผมเคยโพสต์ถามเรื่องนี้ในบอร์ด DP ซึ่งมีการถกเถียงอย่างกัน ที่นี่ และ ที่นี่ ครับ

ซึ่งผลที่ออกมาคือ ยังไงก็ให้ยึด .com ไว้เป็นหลักจะดีกว่า

ถ้าเกิดชื่อที่คุณต้องการ.com คนอื่นเอาไปแล้ว จะทำอย่างไร?

แนะนำให้ลองเติมคำอื่นคั่นกลางไปเล็กน้อย หรือเติม S ต่อท้ายครับ ^^ ผมใช้แบบนี้มากับหลายโดเมน แล้วก็ได้ผลดีทีเดียวครับ

สำหรับสถานที่ ๆ จด แนะนำให้จดกับต่างประเทศ ถ้าคุณมีบัตรเครดิตครับ เพราะราคาถูกกว่าเมืองไทยมาก โดยเฉพาะถ้าใช้ร่วมกับคูปองส่วนลด ผมจะให้ลิ้งค์ไว้ข้างล่างนะครับ (สบายใจได้ครับ ไม่ใช่ลิ้งค์ Aff แน่นอน)

Namecheap
เอารหัสคูปองส่วนลดที่นี่ครับ
ราคา : $8.88 (ยังไม่ใช้คูปอง)
โดยรวม : ไม่ถูกที่สุด แต่ระบบการจัดการโดเมนดีทีสุด ใช้ง่ายมากโดยเฉพาะถ้าต้องจัดการหลาย ๆ โดเมน ส่วนตัวผมชอบมากขนาดที่ยอมจดกับที่นี่เป็นหลัก ๆ ทั้งที่อื่นถูกกว่าก็มี ในราคานี้ก็รวม Privacy Whois ปีแรกมาให้ด้วยครับ (ไว้ป้องกันไม่ให้คนอื่นดูว่าเจ้าของโดเมนคือใคร)

Godaddy
เอารหัสคูปองส่วนลดที่นี่ครับ
ราคา : $9.99 (ยังไม่ใช้คูปอง)
โดยรวม : ไม่เคยใช้ครับ แต่คิดว่าน่าจะดี เพราะเป็นเจ้าใหญ่ที่สุดรายหนึ่งในด้านโดเมนเนมระดับโลก

Netfirms
เอารหัสคูปองส่วนลดที่นี่ครับ
ราคา : $4.95 (ปีแรก)
โดยรวม : ราคาโดเมนถูกที่สุด ราคา $4.95 ที่ว่าถูกที่สุดเพราะราคานี้มี Privacy Whois แถมมาให้ด้วยเหมือน Namecheap

    Bookmark การเลือกโดเมนกับ SEO at del.icio.us    Digg การเลือกโดเมนกับ SEO at Digg.com    Bookmark การเลือกโดเมนกับ SEO at reddit.com    Fark การเลือกโดเมนกับ SEO at Fark.com    Bookmark การเลือกโดเมนกับ SEO at blogmarks    Bookmark การเลือกโดเมนกับ SEO at YahooMyWeb

ควรจดโดเมนแยกหรือไม่?Free Directory กับการทำ SEOPagerank down = Ranking down? No

Comments (6)

Free Directory กับการทำ SEO

เวลาผมอ่านตามบอร์ดเว็บมาสเตอร์ สิ่งหนึ่งที่ผมเจอคนถามและมักได้รับคำแนะนำผิด ๆ คือเรื่องของไดเร็คทอรี่ที่อนุญาตให้ซับมิทเว็บฟรี หรือ Free Directory

คำถามที่คนส่วนมากถามคือ มันคุ้มหรือไม่ที่จะไปซับมิท และคำตอบที่ได้รับกลับไปส่วนใหญ่คือ
“ไม่คุ้ม”
“เสียเวลา”
“PR 0 อ่ะ ห่วยแตก”
“เหนื่อย น่าเบื่อ”

ครับ ไม่เถียงเลยว่าฟรีไดเร็คทอรี่ ส่วนมากจะ PR 0 ในช่วงที่ฟรี หรือไม่ก็ยัง PR น้อย บางรายยังไม่ถูก cache หรือ index ด้วยซ้ำ

แล้วมันดียังไงล่ะ?

มันทำให้คุณมีลิ้งค์แบบทางเดียว (One Way Link) กลับมา โดยที่คุณไม่ต้องเสียเงินเลย ผมแนะนำว่า ในช่วงที่มันยังเปิดให้ซับมิทฟรีเนี่ย ดีที่สุดแล้ว เพราะลิ้งค์ที่ซับมิทไปจะได้รับการตรวจอย่างและรับรองรวดเร็ว อีกทั้งยังมีที่ว่าง ๆ อยู่เยอะ ทำให้ลิ้งค์ของคุณจะเป็นอันแรก ๆ หน้าแรก ๆ ในหมวดที่คุณไปซับมิท แม้คุณจะไม่ได้ซื้อลิ้งค์แบบพิเศษ (Featured Link) ก็ตาม

ตอนแรกคุณไม่เห็นผลหรอกครับ จนเมื่อเวลาผ่านไป 4-5 เดือน เมื่อเว็บนั้นเริ่มมี PR ถึงตอนนั้นส่วนใหญ่ไดเีร็คทอรี่จะเริ่มเก็บตังค์ (นี่เป็นโมเดลหาเงินของเค้า) ถึงตอนนั้นคุณจะเสียเงินไปก็ไม่มีประโยชน์มาก เพราะที่ต้น ๆ ส่วนใหญ่ถูกจองไปแล้ว คุณอาจต้องเสียแพง ๆ เป็นรายปีเพื่อให้ได้ที่พิเศษในหน้าแรก ๆ ของหมวดซึ่งมัีกจะมี Pagerank และถูก index เยอะ ๆ

แน่นอนว่า ไดเร็คทอรี่ที่หายไปในภายหลังมันมี แต่ที่ไม่หายและเติบโตกลายเป็นไดเร็คทอรี่ที่ยิ่งใหญ่ ก็มีเยอะ

ผมบอกเลยว่า เว็บผมได้ PR 4 ง่าย ๆ ด้วยการซับมิทฟรีไดเร็คทอรี่เกือบทั้งหมด และหลายเว็บก็มาอยู่ 5 อันดับแรกใน Google ในคำที่มีคู่แข่งหลักล้านและมีคนค้นหลักหมื่นต่อเดือน โดยที่ผมไม่ต้องเสียเงินเลย (แต่เสียเวลาแทน)

ถึงแม้จำนวนคนค้นจะดูไม่มาก แต่เมื่อเทียบกับความยากในการทำให้ติดอันดับของคำที่มีคนค้นเยอะกว่านี้มาก ๆ แล้ว ผมว่าคุ้มกว่าเยอะเลยครับ ระหว่าง 2 ปีค่อยติดหน้าแรก กับ ติดภายใน 1 เดือน คุณเอาอย่างไหนกันครับ ^^

    Bookmark Free Directory กับการทำ SEO at del.icio.us    Digg Free Directory กับการทำ SEO at Digg.com    Bookmark Free Directory กับการทำ SEO at reddit.com    Fark Free Directory กับการทำ SEO at Fark.com    Bookmark Free Directory กับการทำ SEO at blogmarks    Bookmark Free Directory กับการทำ SEO at YahooMyWeb

อัพเดตข่าวคราว SEO - Google กำลังทำอะไร?อะไรคือตัวเรา4 เทคนิคควรรู้ก่อนเริ่มต้นทำ SEO

Comments (1)

Wordpress ดียังไงในแง่ SEO

ถ้าพูดถึงการทำบล็อก (Blog) หลายคนคงรู้จักบล็อกฟรีดี ๆ เช่น Blogger ซึ่งให้คุณทำบล็อกฟรีได้ไม่อั้น ในทุกชื่อที่คุณต้องการ แต่ถ้าคุณต้องการทำบล็อกที่ควบคุมได้อิสระมากกว่า ก็ต้องทำในโดเมนของตัวเอง เช่าโฮสต์เอง สคริปทำบล็อกมีมากมายหลายตัว แต่ที่ดีและนิยมมากที่สุด โดยเฉพาะคนที่เน้นด้าน SEO คือ Wordpress ครับ

Wordpress มีข้อดีหลายอย่างมาก
- ใช้เนื้อที่ไม่มาก
- ไม่กินทรัพยากรโฮสต์สูง
- ติดตั้งง่าย สะดวก รวดเร็ว
- มีอัพเดตใหม่ตลอดเวลา รวดเร็วและปลอดภัย
- สามารถตั้งค่า URL ให้เป็น URL ที่เสิร์ช เอ็นจิ้นชอบได้ (Search Engine Friendly)
- มีีระบบปิง (Ping) ที่จะบอกให้บอทมาเก็บใหม่ทุกครั้งที่บล็อกอัพเดต พร้อมระบบ Sitemap ที่เจนใหม่เองทุกครั้งที่เราโพสต์ใหม่เช่นกัน
- สะดวกในการอัพเดต มีระบบจัดการที่ดีมาก
- มีลูกเล่นเยอะมาก คนทำตัวเสริม (Plug-in) มาให้ใช้มีเกือบทุกรูปแบบจากทั่วโลก

แต่จุดเด่นของมันจริง ๆ คือ เสิร์ชเอ็นจิ้นทั้งหลาย โดยเฉพาะ Google และ Yahoo จะชอบบล็อกเป็นพิเศษ ด้วยเหตุผลว่า ส่วนใหญ่ บล็อกจะมีการอัพเดตเนื้อหาที่ต่อเนื่อง และเป็นเนื้อหาที่ไม่ซ้ำกับใคร (Unique) มีประโยชน์กับผู้ใช้ (Good user experiences) ดังนั้น แม้จะเป็นหน้าที่มีข้อความเหมือนกันดิก ๆ แต่เมื่ออยู่บนบล็อกแล้ว น้ำหนักของหน้านั้นจะมากกว่าหน้า HTML ปกติ

ลองไปหาโหลดมาลองเล่นได้ที่ Wordpress ครับ

    Bookmark Wordpress ดียังไงในแง่ SEO at del.icio.us    Digg Wordpress ดียังไงในแง่ SEO at Digg.com    Bookmark Wordpress ดียังไงในแง่ SEO at reddit.com    Fark Wordpress ดียังไงในแง่ SEO at Fark.com    Bookmark Wordpress ดียังไงในแง่ SEO at blogmarks    Bookmark Wordpress ดียังไงในแง่ SEO at YahooMyWeb

ออกแบบเว็บให้โดนใจทำอย่างไร?

Comments

4 เทคนิคควรรู้ก่อนเริ่มต้นทำ SEO

จากประสบการณ์การทำ SEO มาหลายปี รวมถึงการได้พูดคุยกับเพื่อน ๆ ที่เริ่มต้นเรียนรู้ SEO มาหลายคน ทำให้รู้ว่าเวลาที่เริ่มต้นทำนั้น หลายคนขาดความรอบคอบอย่างมาก โดยเฉพาะการเลือกตลาดที่ตัวเองรู้ กับการเลือก Keyword หลายคนที่ทำ AAA (Adword Adsense Arbitrage) คงทราบดีว่าขั้นตอนการเลือก Keyword มาเล่นนั้นสำคัญมาก และคำที่จ่ายแพงไม่ใช่เป็นคำที่ดีเสมอไป แม้ว่าจะดึงทราฟฟิกเข้ามาผ่าน PPC ก็ตาม เป็นเพราะว่าถ้าคุณเข้าถึงข้อมูลเหล่านั้นได้ ไม่ว่าจะฟรีหรือจ่ายเงิน คนอื่นก็เข้าถึงข้อมูลเหล่านั้นได้เช่นกัน

4 เทคนิคเบื้องต้นที่ควรรู้นะครับ

1. หาจำนวนคู่แข่งที่แท้จริง - หลายคนไปค้นคำที่ตัวเองต้องการเล่นใน Google.com แล้วก็เห็นจำนวน 5-10 ล้านหรือมากกว่า แล้วก็บอกว่า “คำนี้ไม่ไหวแน่ ฉันเล่นไม่ไหวหรอก มันเยอะเกินไป”

ขอบอกให้สบายใจครับ นั่นไม่ใช่จำนวนคู่แข่งที่แท้จริง ลองดูผลการค้นจากตัวอย่างนะครับ

Real Estate Article Directory - 17,800,000
Google competitor1

“Real Estate Article Directory - 553
Google competitor2

จะเห็นว่าจำนวนในครั้งแรกกับครั้งที่ 2 ต่างกันอย่างมาก

อีกข้อที่คนทั่วไปคิดคือ ยิ่งมีจำนวนมาก แสดงว่ามีคนค้นมาก อันนี้ขอตอบว่าไม่จริงครับ คำที่ผมยกตัวอย่างไปมีคู่แข่งหลักสิืบล้าน แต่มีคนค้นหลักหน่วยต่อเดือน (ย้ำว่าต่อเดือนครับ)

วิธีการที่บอกไป เพียงแค่ใส่ ” ” หน้าและท้ายคำ ก็จะประมาณจำนวนคู่แข่งได้คร่าว ๆ แล้วดูว่าคำนี้ควรจะเข้าไปลงเล่นหรือไม่

2. Meta Keyword - ใส่ดีเสมอตัว ใส่เยอะ ๆ อาจโดนแบนได้ เหตุผลเพราะแท็กตัวนี้ถูกใช้สแปมในการทำ SEO แบบเถื่อน ๆ เมื่อหลายปีที่แล้ว แท็กนี้จึงไม่ถูกตีค่าเลย หลายคนจึงเลือกที่จะไม่ใส่เพราะคิดว่าไม่มีผล ขณะที่หลายคนเลือกที่จะใส่ไปเยอะ ๆ เพราะคิดว่าเทคนิคนี้ยังใช้งานได้ ขอบอกครับว่า เทคนิคนี้ใช้งานไม่้ได้ แต่การใส่ Meta Keyword ที่ดี จะให้ผลที่ดี 2 อย่าง
- เสิร์ช เอ็นจิ้นเล็ก ๆ บางตัวยังนับ Meta Keyword อยู่ เช่น Ask, MSN
- ถ้าคนหากินกับ Adsense จะเป็นการเรียกแอดราคาแพง ๆ มาแปะบนหน้าได้ เพราะบอทของ Adsense จะนับทุกอย่างเป็นองค์ประกอบในการเลือกแอดมาแสดงทั้งหมด

วิธีใส่ที่ดี ใส่ยังไง
- ไม่ควรใส่เกิน 8 คำ เน้นเฉพาะคำ่ที่สำคัญ
- ให้เรียงลำดับความสำคัญ เอาคำที่ต้องการเล่นไว้อันแรกสุด
- ทุกคำที่ใส่ จะต้องมีคำนั้น ๆ อยู่ในเนื้อหาของหน้าเว็บจริง ๆ อย่าใส่โดยที่เนื้อหาในหน้าเว็บนั้นไม่มีคำที่ใส่โดยเด็ดขาด
- ทุกคำ ควรเป็นคำที่เกี่ยวข้องกัน (Google มีระบบที่แยกแยะธีมของคำในรูปแบบต่าง ๆ ได้ครับ)

3. Meta Description - ควรใส่ไว้ก่อน Meta Keyword ด้วยเหตุผลที่บอกข้่างต้นไปว่า Meta Keyword มีความสำคัญน้อยแ้ล้ว แต่ Meta Description ยังมีความสำคัญอยู่ ดังนั้นควรใส่ไว้ให้บน ๆ เพื่อให้บอทเจอก่อนจะดีกว่า

4. เลือกวิธีการย้ายข้อมูลให้ดี วิธีที่แนะนำคือ ให้ใช้ 301 Redirect จะดีกว่าการใช้ Javascript redirect, PHP redirect หรือ Meta Refresh หรือแม้กระทั่ง 302 Redirect ครับ

301 Redirect คือการแจ้งให้บอทของเสิร์ชเอ็นจิ้นทราบว่า หน้านี้จะถูกย้ายไป “แบบถาวร” และเป็นการบอกในตัวด้วยว่า นี่ไม่ใช่การพยายามสแปมหรือใช้ Doorway Page แต่อย่างใด เป็นการป้องกันการโดนแบนครับ

การใช้ 301 Redirect ต้องทำการแก้ไขที่ไฟล์ .htaccess โดยปกติไฟล์นี้จะอยู่ที่ Root เลย วิธีการก็ง่ายมากครับ ใส่บรรทัดนี้ลงไปในไฟล์ .htaccess

Redirect 301 /samsam http://somsom.com/som

/samsam - คือตัวเริ่มต้นที่จะโยนไปครับ แทนคำว่า http://www.domain.com/samsam ซึ่งเราจะใช้เป็นอะไรก็ได้ เช่น ถ้าใส่ / เฉย ๆ ก็คือสั่งให้ย้ายทุกหน้าที่อยู่รูท ให้ไปที่หน้าใหม่ทั้งหมด ถ้ากำหนดเฉพาะหน้าหรือโฟลเดอร์ ก็ให้ใส่ลงไปเลย เช่น /aa.html หรือ /bb หรือ /samsam เป็นต้น

้http://somsom.com/som - คือปลายทางที่จะให้ Redirect ไป ซึ่งจะใช้ http://www.somsom.com หรือ http://somsom.com หรือ http://somsom.com/som ก็ได้ทั้งนั้น ้

    Bookmark 4 เทคนิคควรรู้ก่อนเริ่มต้นทำ SEO at del.icio.us    Digg 4 เทคนิคควรรู้ก่อนเริ่มต้นทำ SEO at Digg.com    Bookmark 4 เทคนิคควรรู้ก่อนเริ่มต้นทำ SEO at reddit.com    Fark 4 เทคนิคควรรู้ก่อนเริ่มต้นทำ SEO at Fark.com    Bookmark 4 เทคนิคควรรู้ก่อนเริ่มต้นทำ SEO at blogmarks    Bookmark 4 เทคนิคควรรู้ก่อนเริ่มต้นทำ SEO at YahooMyWeb

No related posts

Comments

การทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 - เนื้อหาและ H แท็ก

เนื้อหาหรือคอนเท้นต์ (Content) ถือเป็นตัวสำคัญที่จะทำให้เว็บคุณติดอันดับได้ดี ปัญหาที่หลายคนชอบเข้าใจผิดคือ บอทของ SE สามารถอ่านข้อความบนรูปภาพได้ ทำให้หลายคนใส่รูปภาพที่มีรูปประกอบมาเยอะ ทำให้ประสบปัญหาที่พบเจอทั่วไปคือ

1. เว็บโหลดได้ช้า เนื่องจากขนาดของภาพจะใหญ่กว่าตัวอัีกษรมาก
2. ไม่มีผลดีในด้าน SEO เพราะบอทของ SE ไม่สามารถอ่านเนื้อหาบนนั้นได้

สำหรับท่านที่มีความจำเป็นต้องใช้รูปภาพจริง ๆ เนื่องจากอยากให้ตัวอีักษรแสดงผลได้สวยตามที่ตั้งใจไว้ ก็สามารถใช้แท็กอธิบายรูปภาพหรือ Alternate Tag แทนได้นะครับ วิธีการใช้จะัอยู่ในรูป HTML ดังนี้ครับ

<img src=”/images/aa.jpg” alt=”ใส่คำที่ต้องการใช้ลงไป”>

โดยมีข้อที่ควรระวังเกี่ยวกับการใช้ Alt Tag ดังนี้ครับ
1. Alt Tag จะถูกอ่านและตีความเนื้อหาในนั้น ก็ต่อเมื่อรูปนั้นเป็นลิ้งค์ที่เชื่อมไปยังหน้าอื่น ๆ หากรูปนั้นเป็นรูปเฉย ๆ ข้อความใน Alt Tag จะไม่ถูกตีความแต่อย่างใด
2. ไม่ควรใช้เกิน 3 รูป หากใช้เยอะ SE จะมองว่าเป็นความพยายามที่จะสแปม และทำให้อันดับเว็บร่วงได้
3. น้ำหนักของ Alt Tag ย่อมไม่เท่ากับเนื้อหาจริง ๆ ครับ

ในส่วนของเนื้อหานั้น สิ่งที่ SE ชอบมากที่สุดคือ เนื้อหาที่แตกต่าง (Unique Contents) และมีการอัพเดตตลอดเวลา ถ้าเนื้อหานั้นซ้ำกับเว็บอื่น ๆ SE จะถือหลักว่าเจอของใครก่อน คนนั้นคือต้นตำรับของเนื้อหาตัวนั้น ส่วนที่เจอทีหลังจะถูกตีความว่าเป็นเนื้อหาที่ซ้ำหรือ Supplement Results ซึ่งมูลค่าของเว็บจะถูกลดทอนลงไป

แล้วถ้าเนื้อหาของผมเป็นข่าวมาตัดแปะล่ะ?
ไม่มีปัญหาครับ ถ้าคุณเอาข่าวจากเว็บไหนมาลง ขอให้ทำลิ้งค์กลับไปยังเว็บนั้น SE จะัไม่มองว่าคุณสแปมครับเพราะถือว่าคุณมีการอ้างอิงที่มาของข้อมูล ไม่มีเจตนาที่จะคัดลอกข้อมูลคนอื่นทั้งดุ้นเพื่อมาหากิน

H แท็กคืออะไร สำคัญอย่างไร?
แท็กตัวนี้ใช้เน้นความสำคัญของคำครับ โดยจะมีใช้กันทั่วไป 6 ระดับ (H1 - H6) ลำดับความสำคัญของ Tag ก็จะลดหลั่นไปตามตัวเลข วิธีการที่ดีที่สุดคือ ให้เอาคำที่ต้องการให้ติดไปใส่ใน H1 แท็ก เน้นว่า เป็นคำสั้น ๆ ที่ต้องการใช้ อย่าพยายามสแปมด้วยประโยคยาว ๆ นะครับ รับรองว่าจะโดน SE ตีความว่าเป็นสแปมอย่างแน่นอน สำหรับผู้ที่รู้สึกว่า H Tag มันน่าเกลียดเพราะใหญ่มาก มีวิธีแก้ครับ ช่วงหน้าผมจะมาบอกถึงการประยุกต์ใช้สไตล์ชีทหรือ CSS คู่กับ H แท็ก เพื่อให้ได้ทั้งความสวยงามและ SEO

    Bookmark การทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 - เนื้อหาและ H แท็ก at del.icio.us    Digg การทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 - เนื้อหาและ H แท็ก at Digg.com    Bookmark การทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 - เนื้อหาและ H แท็ก at reddit.com    Fark การทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 - เนื้อหาและ H แท็ก at Fark.com    Bookmark การทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 - เนื้อหาและ H แท็ก at blogmarks    Bookmark การทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 - เนื้อหาและ H แท็ก at YahooMyWeb

การทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 - Meta Tagsการทำ SEO เบื้องต้นภาค 1การทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 - Title Tag

Comments

การทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 - Meta Tags

Meta Tags เป็นส่วนที่ใช้เสริมเพื่อทำให้ทั้งบอทและคนเข้าใจง่ายขึ้นว่าเว็บต้องการนำเสนออะไร Meta Tags มีหลายประเภทแต่ที่นิยมใช้ในแง่ SEO จะมี 2 แบบคือ
1. Meta Description

<meta name=”description” content=”ใส่คำอธิบายเว็บคุณลงที่นี่” />

2. Meta Keyword

<meta name=”keywords” content=”ใส่คำที่คุณต้องการใช้ คั่นด้วยเครื่องหมายคอมม่า (,)” />

ปัจจุบันนี้ SE แทบจะไม่ให้ความสำคัญกับ Meta Tag เหมือนแต่ก่อนแล้ว โดย Meta Keywords จะถูกใช้เพียงแค่ดูธีมรวมของเว็บ แต่จะไม่มีน้ำหนักในแง่ของ SEO ขณะที่ Meta Description ยัีงมีน้ำหนักอยู่บ้าง การใส่แท็กทั้ง 2 ไปในเ้ว็บไม่มีผลเสียอะไร แต่ถ้าสแปม Meta Keywords อาจทำให้อันดับเ็ว็บร่วงได้

ทิป : คุณควรใส่ Meta Description ทันทีหลังจาก Title Tag เพื่อให้มีบอทของ SE เข้ามาอ่านง่ายขึ้น มีผลบวกในแง่ SEO

<title> ใส่ไตเติ้ลที่คุณต้องการที่นี่</title>
<meta name=”description” content=”ใส่คำอธิบายเว็บคุณลงที่นี่” />
<meta name=”keywords” content=”ใส่คำที่คุณต้องการใช้ คั่นด้วยเครื่องหมายคอมม่า (,)” />

คราวหน้าจะมาต่อด้วยเรื่องของเนื้อหา และ H Tags ครับ

    Bookmark การทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 - Meta Tags at del.icio.us    Digg การทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 - Meta Tags at Digg.com    Bookmark การทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 - Meta Tags at reddit.com    Fark การทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 - Meta Tags at Fark.com    Bookmark การทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 - Meta Tags at blogmarks    Bookmark การทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 - Meta Tags at YahooMyWeb

การทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 - เนื้อหาและ H แท็กการทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 - Title Tag4 เทคนิคควรรู้ก่อนเริ่มต้นทำ SEO

Comments

การทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 - Title Tag

บทนี้จะทำให้คุณมองภาพการทำ On-Page SEO ชัดเจนมากขึ้นนะครับ นอกจากเนื้อหาบนตัวเว็บแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้องอีก โดยจะไล่ไปตามลำดับความสำคัญนะครับ

1. Title Tag (40%) - อยู่บรรทัดเกือบบนสุด อยู่ระหว่าง เป็นส่วนที่สำคัญที่สุดในการทำ On-Page SEO นะครับ จะยกตัวอย่าง 2 แบบให้ดูนะครับ

Untitled Document = แย่มาก
AAA.com = ไม่ดี
red, green, blue, orange, purple, grey = สะเปะสะปะ และไม่มีคำสำคัญที่จะเน้นให้ SE เห็น
รับทำบัญชี, การเงิน, สารพัดข่าวสารเกี่ยวกับการเงิน ครอบคลุมทุกหัวข้อ สนใจโปรดติดต่อ… = ยาวไป
รับทำบัญชี - AAA.com = แบบนี้ถือว่าดีที่สุด เพราะมีคำที่ต้องการให้ SE เห็น และคนเห็นก็รู้ว่าเว็บคุณนำเสนอเกี่ยวกับอะไร

มี 5 ข้อที่ควรจำในการทำ Title Tag คือ
1. ไม่ควรเป็น Untitled Document หรือชื่อเว็บโดยตรง แต่ให้นำคำที่ต้องการให้ติดมาไว้เป็นคำแรกสุด และคำที่ 2 และ 3 ไล่ลำดับมา เรียงตามความสำคัญ
2. ไม่ควรยาวเกิน 60 ตัวอักษร (รวมช่องว่างระหว่างคำแล้ว) มากสุดได้ไม่เกิน 75 ถ้ายาวกว่านี้ SE จะมองว่าเป็นการสแปมและพยายามที่จะครอบคลุมทุกคำ ทำให้อันดับเว็บตกได้
3. ยิ่งไตเติ้ลยาวมากเท่าไหร่ ความสำคัญของคำแต่ละคำในไตเติ้ลจะถูกลดลงเท่านั้น
สมมติต้องการให้เว็บติดคำว่า “รับทำำบัญชี”

= แบบนี้น้ำหนักของคำจะถูกหาร 3 หรือ 4
= แบบนี้จะได้น้ำหนักไปเต็ม ๆ ซึ่งจะดีกว่าแบบแรกถ้าเราต้องการให้่เ้ว็บเราติดคำนั้น แต่จะไม่ครอบคลุมคำทั้งหมดที่เกี่ยวข้องเหมือนแบบแรก

4. คำที่นำมาวางไว้ ควรเกี่ยวข้องกัน ไม่ควรเป็นคนละเรื่อง เช่น บัญชี ดอกไม้

สิ่งสำคัญที่ควรจำไว้คือ ถ้าอันดับเว็บดีอยู่แล้ว ห้ามเปลี่ยน Title Tag โดยเด็ดขาด ไม่งั้นเว็บอาจร่วงแบบกู่ไม่กลับได้ครับ

ตอนต่อไปเราจะมาว่ากันด้วยเรื่องของ Meta Tags กันนะครับ ^^

    Bookmark การทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 - Title Tag at del.icio.us    Digg การทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 - Title Tag at Digg.com    Bookmark การทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 - Title Tag at reddit.com    Fark การทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 - Title Tag at Fark.com    Bookmark การทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 - Title Tag at blogmarks    Bookmark การทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 - Title Tag at YahooMyWeb

การทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 - Meta Tagsการทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 - เนื้อหาและ H แท็กเริ่มต้นการตลาดบนอินเตอร์เน็ต

Comments

« Previous entries