Archive for การตลาด

soul and spirit

วันนี้ มีรุ่นน้องท่านหนึ่ง โทรมาด้วยน้ำเสียงอิดโรย

“พี่ ผมหมดตูดแล้วอ่ะ”

“ทำไมวะ”

“ก็ผมทำตามหนังสือ Google Make Me Rich ของ xxx แล้วไปลง Adword ดูอ่ะ ผมก็ทำตามหนังสือเป๊ะ ๆ เลยนะ”

“แล้ว??”

“วันแรก ผมหมดไป $50 แต่ได้เซลล์มาอันนึง ถึงจะขาดทุน แต่คิดว่าเดี๋ยวก็ืทบต้น”

“….”

“ปรากฎว่า ทำไปทำมาอาทิตย์นึง ผมหมดเงินไปประมา่ณ $1,236 แต่ได้เซลล์มาแค่ 10 เซลล์เอง ได้ $360 เจ๊งฉิบหายเลยพี่ ทำไงดีอ่ะ เป็นเงินเก็บก้อนสุดท้ายผมด้วย งานก็ไม่มีทำ อุตส่าห์ลองทำคิดว่าจะได้เงินในเน็ตง่าย ๆ หน่อย”

“แล้วทำไมมึงไม่หยุดตั้งแต่ตอนที่เสียซัก $200 แล้วเซลล์มันไม่กระเตื้องวะ แล้วมานั่งดูคีย์เวิร์ด ดูแลนดิ้งว่ามันเวิร์กมั้ย”
“ก็ว่าจะหยุดแหละพี่ แต่ Adword มันบังคับให้บิดเพิ่ม ผมก็ไม่รู้ทำไม ในหนังสือก็ไม่มีบอก พอวันต่อมาผมโดนกดกระจายเลย วันเดียวโดนไปประมาณ $480 เลยต้องหยุดอ่ะพี่”

พอฟังเรื่องนี้เสร็จ ผมอุทานกับตัวเองว่า “เหมือนผมสมัยก่อนเลย”
Read the rest of this entry »

    Bookmark soul and spirit at del.icio.us    Digg soul and spirit at Digg.com    Bookmark soul and spirit at reddit.com    Fark soul and spirit at Fark.com    Bookmark soul and spirit at blogmarks    Bookmark soul and spirit at YahooMyWeb

No related posts

Comments

คำถามที่ต้องถามตัวเอง

เมื่อวานระหว่างนั่งทำงาน ได้รับคำถามจากรุ่นน้องที่ทำงานเก่าคนนึง ทำให้ผมคิดว่าคงมีอีกหลายคนที่เจอสถานการณ์คล้าย ๆ กัน

รุ่นน้องคนนั้นอยู่ ๆ ก็ยิงคำถามมาว่า “พี่ชอบในสิ่งที่ีพี่ทำอยู่มั้ย”

เค้าหมายถึง การทำ SEO, SEM, Adsense, Affiliate หรือทุกอย่างที่เกี่ยวกับเว็บไซต์ เกี่ยวกับการตลาดบนอินเตอร์เน็ต

ผมก็บอกไปเลยว่า ชอบ รุ่นน้องคนนั้นบอกผมว่า เค้าถามตัวเองอยู่ ถ้าเค้าชอบมันก็จะไปได้ไกล

สมัยตอนผมทำงานที่เดียวกับเค้า ผมรับผิดชอบด้านการทำ SEO และเว็ปไซต์หลาย ๆ ตัวของบริษัท พอผมออก เธอเลยถูกปั้นให้มาทำตรงนี้แทน

ผมเข้าใจในสิ่งที่เธอถาม นั่นแสดงชัดเจนแล้วว่า เธอไม่ได้ชอบทางนี้ เพราะถ้าชอบคงไม่มีคำถามนี้มาถามผมแน่

มันมีเรื่องชัดเจนอยู่อย่างนึง คือถ้าเราไม่ได้รักในสิ่งที่เราทำ คงไปรอดยาก แต่ถ้าเราไม่ทะเยอทะยานและมุ่งมั่นที่จะพัฒนาในสิ่งที่เราทำ ทางรอดคงไม่มีเลย

จริง ๆ เส้นทางนี้ หากจับถูกทางแล้ว มันเป็นเส้นทางที่สบาย ไม่เหนื่อย และได้เงินดี มีอิสระมาก

ผมไม่อยากให้รุ่นน้องผมคนนี้ท้อก่อนเลย แต่ผมปล่อยให้เค้าตัดสินในชีวิตของเค้าเอง

เพราะมันทำให้ผมนึกถึงความผิดพลาดในอดีตของตัวผมเอง จากการไปทำสิ่งที่ไม่ได้ชอบ แต่เห็นว่าคนอื่นสำเร็จเลยอยากสำเร็จตาม สุดท้ายก็เสียทั้งเงิน ทั้งเวลา ทั้งกำลังใจ

กว่าผมจะค้นพบเส้นทางนี้ และมีวันนี้ได้ ผมก็ใช้เวลาเรียนรู้กับมันเยอะมากเช่นกัน ทั้งซื้่อหนังสือ SEO ของต่างประเทศอ่านทั้ง ๆ ที่แทบไม่มีตังค์จะกิน ทั้งนั่งอ่านบอร์ด นั่งทำงานทั้งคืนคนเดียว ลองผิดลองถูก โดนโกงเป็นพัน ๆ เหรียญก็มี ไม่มีทางสบายไหนหรอกครับที่จะไม่ต้องลำบากก่อน ยกเว้นแต่คุณได้มรดกมหาศาลจากพ่อแม่มา ซึ่งถ้าคุณใช้ไม่เป็น คุณก็จะจนในบั้นปลายเหมือนกัน

ผมอยากบอกกับทุกคนที่กำลังเดินเส้นทางนี้ว่า อย่าท้อครับ อดทนและผ่านช่วงวิกฤตให้ได้ อย่ากลัวที่จะผ่านมัน เหมือนกับที่ผมและหลาย ๆ คนผ่านมาแล้ว

ผมเคยได้ Adsense เดือนละ $0 ในช่วงเริ่มทำ

ผมเคยได้ Affiliate 6 เดือน $2 แต่จ่ายเงินค่า Adword ไป $50 (ตอนนั้นไม่มีบัตรเครดิต ใช้ e web card จ่าย)

ผมเคยเหลือเงินแค่ 10 บาท หลังจากซื้อหนังสือ SEO ไป 850 บาท โดยที่รู้ตัวว่าจะไม่มีเงินกิน แต่อยากได้หนังสือเล่มนั้นเหลือเกิน อยากทำ SEO เป็น อยากรวย

ถ้าไม่มีช่วงนั้น ก็ไม่มีผมตอนนี้ ชีวิตคนมันเจอทางแยกทุกวินาทีแหละครับ และการตัดสินใจบางอย่างกับบางทางแยก อาจเปลี่ยนชีวิตเราไปโดยไม่คาดคิดด้วยซ้ำครับ ขอให้ทุกท่านตั้งคำถามกับตัวเองว่า เราจะไปได้ไกลกว่านี้่มั้ย หรือจะหยุดแค่นี้ สำหรับผม ต้องการไปไกลกว่านี้อีกมากครับ ที่อยู่ตรงนี้เป็นแค่การเริ่มต้นยืนหลังจากล้มหมอบมาแล้วเท่านั้นเอง

    Bookmark คำถามที่ต้องถามตัวเอง at del.icio.us    Digg คำถามที่ต้องถามตัวเอง at Digg.com    Bookmark คำถามที่ต้องถามตัวเอง at reddit.com    Fark คำถามที่ต้องถามตัวเอง at Fark.com    Bookmark คำถามที่ต้องถามตัวเอง at blogmarks    Bookmark คำถามที่ต้องถามตัวเอง at YahooMyWeb

No related posts

Comments (3)

อะไรคือตัวเรา

คำถามที่ผมเจออยู่เสมอเวลาคุยกับเพื่อน ๆ คือ การตลาดบนอินเตอร์เน็ต มันต่างกับการตลาดในโลกปกติหรือไม่?

คำตอบคือ มันไม่แตกต่าง แต่แตกต่าง เอ๊ะ ยังไง

ผมหมายความว่า การตลาดบนอินเตอร์เน็ต ก็ต้องอิงปัจจัยที่มีในการตลาดปกติ ทั้งเรื่องของการวิจัยตลาด การค้นหากลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการบางอย่างเหมือน ๆ กัน แต่ยังไม่มีใครตอบสนองพวกเค้า และอื่น ๆ อีกมากมาย แต่ที่แตกต่างคือ โมเดลการทำเงินในตัวธุรกิจครับ

ในการทำตลาดปกติ คุณอาจต้องใช้เวลานาน ต้องใช้ทุนทรัพย์มากในการผลักดันสินค้าของคุณให้เป็นที่รู้จัก ให้เกิดการลองใช้ ลองเข้ามาดู แต่ในโลกออนไลน์ ทุกอย่างตรงกันข้ามหมด ในขณะที่คุณสามารถทำเงินได้เท่ากับหรือมากกว่าธุรกิจในตลาดปกติซะด้วย

- ทำเว็บเนื่อหา แล้วติด Adsense หรือ PPC เจ้าอื่น เช่น Bidvertiser, Clicksor, YPN ฯลฯ
- ทำ PR ดี ๆ แล้วขายลิ้งค์ รายเดือน รายปี
- ทำ Directory หลาย ๆ ที่ แล้วรวมแพ็คเกจขาย ขายถูกแต่เอาจำนวนมาก ได้มาก
- ทำ Affiliate โดยลงใน PPC เช่น Google Adwords, MSN Adcenter, Yahoo Search Marketing
- ทำหน้า Landing แล้วขาย Affiliate ด้วยตัวเองโดยไม่ใช้ PPC แต่ใช้ SEO
- ซื้อเว็บเน่า ๆ มาปั้น PR แล้วขายต่อ
- ซื้อเว็บ PR ดี ๆ มาทำเป็น Link Cloud แล้วขายซัก 100-200 ลิ้งค์

และอีกมากมาย รวมถึงวิธีหมวกเทา ๆ ถึงดำ แต่ไม่อยากบอก เดี๋ยวโดน Google ตามมาแบน (ฮ่า)

แต่ปัญหาคือ คนส่วนใหญ่ มาในแนวเหมือนกัน เกือบทั้งหมด ใครทำอะไรได้ดี ก็ก็อปเค้ามาแล้วทำตาม บางคนลอกแล้วทำดีกว่าก็ประสบความสำเร็จ ในขณะที่หลายคนก็ไม่สำเร็จ สาเหตุของความล้มเหลวคือ คนเหล่านั้นลืมถามตัวเองว่า “อะไรคือตัวเรา”

ในโลกธุรกิจ ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน และเป็นเสมอมาคือ รูปแบบธุรกิจของคนหนึ่ง ก็อาจไม่ปรสบความสำเร็จกับอีกคนหนึ่ง แม้ว่า จะมีปัจจัยล้อมรอบที่เหมือนกันทุกอย่าง เพียงแค่ตัวบุคคลต่างกัน จังหวะก็เปลี่ยนไป บางครั้งเราต้องยอมรับว่า จังหวะ ดวง และสิ่งที่มองไม่เห็นทั้งหลาย มีส่วนในการประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวของคนๆ หนึ่ง

คนที่ลอกเค้ามาแม้ทำได้ดีกว่า แต่นั่นเป็นการรับรู้ของตัวคุณเอง ไม่ใช่ลูกค้า ดังนั้น ผู้ที่มาก่อน เกิดก่อน ย่อมได้เปรียบ และถ้าสิ่งที่คุณลอกเลียนแบบมา ไม่ใช่ความถนัด หรือ ความชอบของตัวคุณเอง คุณก็จะลำบาก

3 ความคิดที่ควรคิดไว้ก่อนเริ่มทำการตลาดให้กับสินค้าของตัวเอง

แทนที่จะถามว่า ฉันเสียเงินแล้วจะได้อะไรกลับคืนมาบ้าง
ควรจะคิดว่า ที่กำลังจะทำเนี่ย คุ้มค่าที่จะเสียเงินทำหรือเปล่า หาของฟรีได้มั้ย หาเครื่องมือช่วยทำแทนได้มั้ย

แทนที่จะถามว่า ทำแล้วได้เงินเท่าไหร่
ควรจะคิดว่า ทำแล้วมีประโยชน์กับคนใช้หรือเปล่า

แทนที่จะถามว่า อะไรคือธุรกิจที่เงินดีสุด ๆ
ควรจะคิดว่า แล้วจะทำไปได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่

หัวใจคือ คุณให้สิ่งที่มีประโยชน์ ทำให้ชีวิตใครบางคน หรือหลาย ๆ คนดีขึ้น คุณจะทำเงินได้เอง แม้คุณจะไม่ตั้งใจก็ตาม และสุดท้าย ถ้าคุณทำอะไรที่เป็นของตัวคุณเอง อย่างตั้งใจ เมื่อนั้น คุณจะรอดครับ

ลองกลับไปถามดูครับ อะไรคือตัวเรา

    Bookmark อะไรคือตัวเรา at del.icio.us    Digg อะไรคือตัวเรา at Digg.com    Bookmark อะไรคือตัวเรา at reddit.com    Fark อะไรคือตัวเรา at Fark.com    Bookmark อะไรคือตัวเรา at blogmarks    Bookmark อะไรคือตัวเรา at YahooMyWeb

No related posts

Comments (2)

การตลาดบนอินเตอร์เน็ตกำลังจะตาย!! จริงหรือ??

ปัจจุบันการตลาดบนอินเตอร์เน็ตได้เข้ามามีบทบาทในวิถีชีวิตของคนไทยมากขึ้น ในเรื่องของการทำเป็นรายได้เสริม หรือเป็นรายได้หลักสำหรับบางคนที่เข้าถึงแก่นของเรื่องนี้ หลายคนที่อ่านคงรู้จักการทำ SEO รู้จักการหารายได้ด้วย Google Adsense หรือโปรแกรม Affiliate อย่างเช่น CJ, Clickbank กันอยู่แล้ว รวมถึงการหารายได้ด้วยวิธีอื่น ๆ เช่น การขายลิ้งค์บนเว็บ การขายโฆษณา ฯลฯ

สิ่งที่ควรคิดตามคือ การทำรายได้แบบข้างต้นในปัจจุบันนั้น ไม่ง่ายเหมือนแต่ก่อน ไม่มากมายเหมือนแต่ก่อน ทั้งนี้เป็นเพราะ ผู้บริโภคฉลาดขึ้น สามารถแยกแยะได้ระหว่างเว็บที่ทำคุณภาพ กับเว็บที่ทำเพื่อหาเงินอย่างเดียว และคนเหล่านี้ก็จะไม่อุดหนุนหรือซื้อสินค้าผ่านลิ้งค์ของเว็บเหล่านี้ แม้แต่เว็บที่แปะัโฆษณา Google Adsense เพื่อหวังรายได้จากการคลิกก็ตาม การหารายได้ด้วยวิธีดังกล่าว เป็นเรื่องดีในระยะสั้น เพราะทำเงินได้มากด้วยการลงทุนที่ไม่สูง แต่ทั้งหมดนี้กำลังจะเปลี่ยนไปในปี 2007 ด้วยเหตุผลหลายประการ

1. การทำธุรกิจบนอินเตอร์เน็ตไม่ใช้ต้นทุนสูง และ วิธีการไม่ยุ่งยาก มีโปรแกรมแจกฟรีช่วยจัดการมากมาย มีโปรแกรมทำเงินให้เข้าร่วมมากมาย นั่นหมายถึง ในทุก ๆ นาทีที่ผ่านไป รวมถึงตอนที่คุณอ่านบทความนี้อยู่ จะมีผู้คนจำนวนมากที่หลั่งไหลเข้ามาทำธุรกิจบนอินเตอร์เน็ตด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ในทุก ๆ นาทีจะมีคนนับพันที่ออกจากตลาดทำเงินตรงนี้ไป และจะมีคนอีกนับพันที่เข้ามาเสียบแทนที่ ในขณะที่คนนับพันที่ถอนตัวออกไปนั้น ก็พยายามที่จะกลับมาลองทำอีกครั้งหนึ่ง คุณมีคู่แข่งเกิดใหม่ตลอดเวลาเพราะความง่ายในการเริ่มต้น
2. ผู้คนจำนวนมากที่เข้ามา ใช้วิธีการที่เหมือนกันหรือใกล้เคียงกันในการทำการตลาด โดยการอ่านจากสื่อต่าง ๆ เว็บบอร์ดต่าง ๆ แล้วนำวิธีการนั้นมาประยุกต์ใช้ เมื่อคนส่วนใหญ่ใช้วิธีการที่เหมือนกัน วิธีการเหล่านั้นก็จะเริ่มใช้ได้ผลน้อยลง จนถึงไม่ได้ผลเลย ยกตัวอย่างเช่น ปี 2005 มีการบูมเรื่องการทำโฆษณาผ่านเว็บชุมชนออนไลน์ MySpace.com โดยคนเริ่มต้นทำพบว่า MySpace.com เป็นที่รวมของชุมชนคนนับล้านที่เข้าร่วม เมื่อทำการโพสต์ข้อความในบอร์ด ก็จะดึุงคนเข้าเว็บได้เป็นหมื่นเป็นแสน แต่ภายใต้เงื่อนไขว่า ต้องมีเพื่อนในลิสต์เยอะ ๆ จึงมีการสแปมเว็บดังกล่าว และมีโปรแกรมสำหรับสแปมโดยเฉพาะออกมาขาย ทาง MySpace ก็มีมาตรการออกมาป้องกันการสแปมและโต้ตอบ ปัจจุบันโปรแกรมสแปมดังกล่าวต้องปิดตัวลงไป เพราะไม่สามารถใช้ได้กับ MySpace ได้อีกต่อไป ในขณะที่คนในชุมชนของ MySpace ก็เริ่มฉลาดมากขึ้น และเริ่มป้องกันการสแปม ปัจจุบันวิธีการดังกล่าวไม่ได้ผลอีกต่อไป เพราะมีคนใช้วิธีการนี้เยอะเกินไป เป็นต้น

ง่าย ๆ คือ ผู้คนส่วนใหญ่รู้ทันวิธีการเหล่านั้นหมดแล้ว และไม่มีใครชอบเป็นคนโดนหลอก พวกเค้าจึงไม่สนใจโฆษณาที่สแปมมาหาพวกเค้า และการตลาดบนอินเตอร์เน็ตค่อย ๆ ซบเซาลง เหมือนจะค่อย ๆ ตายลง

จริงหรือ??
Read the rest of this entry »

    Bookmark การตลาดบนอินเตอร์เน็ตกำลังจะตาย!! จริงหรือ?? at del.icio.us    Digg การตลาดบนอินเตอร์เน็ตกำลังจะตาย!! จริงหรือ?? at Digg.com    Bookmark การตลาดบนอินเตอร์เน็ตกำลังจะตาย!! จริงหรือ?? at reddit.com    Fark การตลาดบนอินเตอร์เน็ตกำลังจะตาย!! จริงหรือ?? at Fark.com    Bookmark การตลาดบนอินเตอร์เน็ตกำลังจะตาย!! จริงหรือ?? at blogmarks    Bookmark การตลาดบนอินเตอร์เน็ตกำลังจะตาย!! จริงหรือ?? at YahooMyWeb

เริ่มต้นการตลาดบนอินเตอร์เน็ตอะไรคือตัวเราแนวคิดการทำ Affiliate แบบความเป็นกลาง ในความโน้มเ้อียง

Comments (2)

แค่มี SEO ทำเว็บให้ติดอันดับต้น ๆ ได้ก็จบแล้ว ใช่มั้ย?

ไม่ใช่ครับ ผมอยากให้คุณอ่าน 4 ข้อนี้ก่อนที่จะเริ่มลงมือทำเว็บของคุณเอง (ถ้าคุณอยากจะทำเว็บเพื่อหารายได้นะครับ)

1. SEO เป็นทางออกที่ดีสำหรับการหาลูกค้าใหม่ ผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บรายใหม่ ๆ แต่ไม่ใช่ทางออกของปัญหาทุกอย่าง อย่าเอาเว็บคุณผูกไว้กับการทำ SEO อย่างเดียว เพราะ SE มีการอัพเดตตัวเองอยู่ตลอดเวลา ถ้าเว็บคุณอิงทราฟฟิกจาก SE ตลอด โดยที่ไม่มีคนที่ติดตามหรือสนใจเว็บคุณจริง ๆ เมื่ออันดับใน SE ตก ทราฟฟิกก็จะตก รายได้ก็จะตกตามไปด้วย คุณภาพของเว็บที่ดี, การใช้งานง่าย, การอัพเดตเนื้อหาที่มีประโยชน์สม่ำเสมอ , มีสิ่งที่น่าสนใจนำเสนอ จะเป็นตัวที่ทำให้เว็บของคุณเติบโตในระยะยาวครัีบ เพราะคนที่กลับมาเยี่ยมเว็บคุณอีกครั้ง (Return Visitors) คือปัจจัยสำคัญ คนเหล่านี้จะเข้ามาเว็บคุณด้วยตัวเองและบอกต่อกับเพื่อน ๆ ของเค้าถึงเว็บของคุณถ้าเว็บคุณน่าสนใจมากพอ

2. อย่าพยายามทำเว็บของคุณให้เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของทุกคนครับ ขอให้ใช้หลักของเซนโบราณว่า “ยิ่งน้อยยิ่งดี” (Less is more) เวลาที่จะทำเว็บนะครับ คุณสามารถเป็นทุกสิ่งทุกอย่างได้ ถ้าคุณทำเป็นเจ้าแรก และถ้ามันเป็นเมื่อ 8-9 ปีที่แล้วในยุคที่อินเตอร์เน็ตเป็นของใหม่ อะไรก็ดีัไปหมด แต่ในยุคนี้มันเลยจุดนั้นมาแล้วครับ คุณอาจมีคำถามว่า เว็บดังอย่างอเมซอนยังทำทุกสิ่งทุกอย่างแล้วยังทำเงินได้มหาศาล แล้วทำไมคุณจะทำแบบนั้นบ้างไม่ได้? เพราะว่า คุณไม่ได้เป็นเจ้าแรกครับ อเมซอนสร้างภาพไว้ในใจของลูกค้าแล้วว่า เค้าคือตัวจริงของร้านค้าที่ขายทุกสิ่งบนอินเตอร์เน็ต คุณคิดว่าจะเอาอะไรไปลบภาพนั้นของอเมซอนในใจของลูกค้าเหล่านั้นครับ? แม้แต่ Walmart ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าชั้นนำด้านราคาถูกที่ใหญ่มากของอเมริกา ที่ครั้งหนึ่งเคยคิดจะแข่งกับอเมซอน ยังรบไม่ชนะเลยครับ ความคิดอันนึงของพวกเขาที่เฉียบมากคือ “คุณไม่สามารถเป็นอเมซอนที่ีดีไปกว่าอเมซอนได้” นั่นเป็นสิ่งที่บอกในตัวอยู่แล้วว่า เอกลักษณ์สำคัญเพียงใด จงโดดเด่นและเป็นตัวของตัวเองครับ
Read the rest of this entry »

    Bookmark แค่มี SEO ทำเว็บให้ติดอันดับต้น ๆ ได้ก็จบแล้ว ใช่มั้ย? at del.icio.us    Digg แค่มี SEO ทำเว็บให้ติดอันดับต้น ๆ ได้ก็จบแล้ว ใช่มั้ย? at Digg.com    Bookmark แค่มี SEO ทำเว็บให้ติดอันดับต้น ๆ ได้ก็จบแล้ว ใช่มั้ย? at reddit.com    Fark แค่มี SEO ทำเว็บให้ติดอันดับต้น ๆ ได้ก็จบแล้ว ใช่มั้ย? at Fark.com    Bookmark แค่มี SEO ทำเว็บให้ติดอันดับต้น ๆ ได้ก็จบแล้ว ใช่มั้ย? at blogmarks    Bookmark แค่มี SEO ทำเว็บให้ติดอันดับต้น ๆ ได้ก็จบแล้ว ใช่มั้ย? at YahooMyWeb

No related posts

Comments

เริ่มต้นการตลาดบนอินเตอร์เน็ต

เวลาที่เราเริ่มต้นทำเว็บไซต์ บางคนอาจมีเป้าหมายเพื่อทำทิ้งไว้เฉย ๆ ในขณะที่อีกหลายคนมีเป้าหมายคือ อยากให้เว็บนั้่นมีคนเข้าเยี่ยมชมมาก ๆ มีคนพูดถึง ให้ความสนใจ โด่งดัง เป็นต้น การทำการตลาดให้กับเว็บเพื่อให้มีผู้คนเข้ามาเยี่ยมชมเว็บมาก ๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญ เราจะเรียกผู้คนที่เข้ามาชมเว็บในศัพท์ที่เข้าใจง่ายคือทราฟฟิก (Traffic) ที่มาของทราฟฟิกมาพื้นฐานจากอะไรได้บ้าง

1. เว็บบอร์ดหรือฟอรั่ม (Web board, Forums) ตัวอย่างที่เห็นได้ง่าย ๆ คือ Pantip.com, Mthai.com ซึ่งเป็นบอร์ดสาธารณะ เมื่อคุณพบสิ่งที่น่าสนใจ คุณนำลิ้งค์ไปโพสต์ไว้ในบอร์ด เมื่อคนเข้ามาอ่านแล้วสนใจก็จะตามลิ้งค์นั้นไป

2. ลิ้งค์หรือแบนเนอร์ (Link, Banner) อันนี้เป็นแบบที่เห็นกันเยอะที่สุด ตัวอย่างเช่นโฆษณาที่อยู่ในพันทิบ เมื่อคนเห็นก็จะกดเข้าไปยังเว็บนั้น ๆ

3. บอกปากต่อปาก (Word of mouth marketing) แบบนี้จะดีมาก เพราะคนที่โดนบอกต่อส่วนใหญ่จะเป็นคนรู้จัก และจะมีความเชื่อถือในตัวคนที่บอกและข่าวสารที่ได้รับมากกว่าจากแหล่งอื่น ทำให้มีโอกาสที่จะเข้ามามากกว่า

แต่ยังมีที่มาของทราฟฟิกอีกอันหนึ่ง ฟรีและสามารถดึงคนเข้ามาได้คราวละมาก ๆ นั่นคือ เว็บค้นหาหรือเสิร์ชเอ็นจิ้น (Search Engine) ต่อจากนี้ผมจะขอเรียกสั้น ๆ ว่า SE นะครับ
Read the rest of this entry »

    Bookmark เริ่มต้นการตลาดบนอินเตอร์เน็ต at del.icio.us    Digg เริ่มต้นการตลาดบนอินเตอร์เน็ต at Digg.com    Bookmark เริ่มต้นการตลาดบนอินเตอร์เน็ต at reddit.com    Fark เริ่มต้นการตลาดบนอินเตอร์เน็ต at Fark.com    Bookmark เริ่มต้นการตลาดบนอินเตอร์เน็ต at blogmarks    Bookmark เริ่มต้นการตลาดบนอินเตอร์เน็ต at YahooMyWeb

การตลาดบนอินเตอร์เน็ตกำลังจะตาย!! จริงหรือ??การทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 - เนื้อหาและ H แท็กอะไรคือตัวเรา

Comments