April 23, 2007 at 10:09 am
· Filed under SEO
เนื้อหาหรือคอนเท้นต์ (Content) ถือเป็นตัวสำคัญที่จะทำให้เว็บคุณติดอันดับได้ดี ปัญหาที่หลายคนชอบเข้าใจผิดคือ บอทของ SE สามารถอ่านข้อความบนรูปภาพได้ ทำให้หลายคนใส่รูปภาพที่มีรูปประกอบมาเยอะ ทำให้ประสบปัญหาที่พบเจอทั่วไปคือ
1. เว็บโหลดได้ช้า เนื่องจากขนาดของภาพจะใหญ่กว่าตัวอัีกษรมาก
2. ไม่มีผลดีในด้าน SEO เพราะบอทของ SE ไม่สามารถอ่านเนื้อหาบนนั้นได้
สำหรับท่านที่มีความจำเป็นต้องใช้รูปภาพจริง ๆ เนื่องจากอยากให้ตัวอีักษรแสดงผลได้สวยตามที่ตั้งใจไว้ ก็สามารถใช้แท็กอธิบายรูปภาพหรือ Alternate Tag แทนได้นะครับ วิธีการใช้จะัอยู่ในรูป HTML ดังนี้ครับ
<img src=”/images/aa.jpg” alt=”ใส่คำที่ต้องการใช้ลงไป”>
โดยมีข้อที่ควรระวังเกี่ยวกับการใช้ Alt Tag ดังนี้ครับ
1. Alt Tag จะถูกอ่านและตีความเนื้อหาในนั้น ก็ต่อเมื่อรูปนั้นเป็นลิ้งค์ที่เชื่อมไปยังหน้าอื่น ๆ หากรูปนั้นเป็นรูปเฉย ๆ ข้อความใน Alt Tag จะไม่ถูกตีความแต่อย่างใด
2. ไม่ควรใช้เกิน 3 รูป หากใช้เยอะ SE จะมองว่าเป็นความพยายามที่จะสแปม และทำให้อันดับเว็บร่วงได้
3. น้ำหนักของ Alt Tag ย่อมไม่เท่ากับเนื้อหาจริง ๆ ครับ
ในส่วนของเนื้อหานั้น สิ่งที่ SE ชอบมากที่สุดคือ เนื้อหาที่แตกต่าง (Unique Contents) และมีการอัพเดตตลอดเวลา ถ้าเนื้อหานั้นซ้ำกับเว็บอื่น ๆ SE จะถือหลักว่าเจอของใครก่อน คนนั้นคือต้นตำรับของเนื้อหาตัวนั้น ส่วนที่เจอทีหลังจะถูกตีความว่าเป็นเนื้อหาที่ซ้ำหรือ Supplement Results ซึ่งมูลค่าของเว็บจะถูกลดทอนลงไป
แล้วถ้าเนื้อหาของผมเป็นข่าวมาตัดแปะล่ะ?
ไม่มีปัญหาครับ ถ้าคุณเอาข่าวจากเว็บไหนมาลง ขอให้ทำลิ้งค์กลับไปยังเว็บนั้น SE จะัไม่มองว่าคุณสแปมครับเพราะถือว่าคุณมีการอ้างอิงที่มาของข้อมูล ไม่มีเจตนาที่จะคัดลอกข้อมูลคนอื่นทั้งดุ้นเพื่อมาหากิน
H แท็กคืออะไร สำคัญอย่างไร?
แท็กตัวนี้ใช้เน้นความสำคัญของคำครับ โดยจะมีใช้กันทั่วไป 6 ระดับ (H1 - H6) ลำดับความสำคัญของ Tag ก็จะลดหลั่นไปตามตัวเลข วิธีการที่ดีที่สุดคือ ให้เอาคำที่ต้องการให้ติดไปใส่ใน H1 แท็ก เน้นว่า เป็นคำสั้น ๆ ที่ต้องการใช้ อย่าพยายามสแปมด้วยประโยคยาว ๆ นะครับ รับรองว่าจะโดน SE ตีความว่าเป็นสแปมอย่างแน่นอน สำหรับผู้ที่รู้สึกว่า H Tag มันน่าเกลียดเพราะใหญ่มาก มีวิธีแก้ครับ ช่วงหน้าผมจะมาบอกถึงการประยุกต์ใช้สไตล์ชีทหรือ CSS คู่กับ H แท็ก เพื่อให้ได้ทั้งความสวยงามและ SEO

การทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 - Meta Tagsการทำ SEO เบื้องต้นภาค 1การทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 - Title Tag
Permalink
April 17, 2007 at 1:06 pm
· Filed under SEO
Meta Tags เป็นส่วนที่ใช้เสริมเพื่อทำให้ทั้งบอทและคนเข้าใจง่ายขึ้นว่าเว็บต้องการนำเสนออะไร Meta Tags มีหลายประเภทแต่ที่นิยมใช้ในแง่ SEO จะมี 2 แบบคือ
1. Meta Description
<meta name=”description” content=”ใส่คำอธิบายเว็บคุณลงที่นี่” />
2. Meta Keyword
<meta name=”keywords” content=”ใส่คำที่คุณต้องการใช้ คั่นด้วยเครื่องหมายคอมม่า (,)” />
ปัจจุบันนี้ SE แทบจะไม่ให้ความสำคัญกับ Meta Tag เหมือนแต่ก่อนแล้ว โดย Meta Keywords จะถูกใช้เพียงแค่ดูธีมรวมของเว็บ แต่จะไม่มีน้ำหนักในแง่ของ SEO ขณะที่ Meta Description ยัีงมีน้ำหนักอยู่บ้าง การใส่แท็กทั้ง 2 ไปในเ้ว็บไม่มีผลเสียอะไร แต่ถ้าสแปม Meta Keywords อาจทำให้อันดับเ็ว็บร่วงได้
ทิป : คุณควรใส่ Meta Description ทันทีหลังจาก Title Tag เพื่อให้มีบอทของ SE เข้ามาอ่านง่ายขึ้น มีผลบวกในแง่ SEO
<title> ใส่ไตเติ้ลที่คุณต้องการที่นี่</title>
<meta name=”description” content=”ใส่คำอธิบายเว็บคุณลงที่นี่” />
<meta name=”keywords” content=”ใส่คำที่คุณต้องการใช้ คั่นด้วยเครื่องหมายคอมม่า (,)” />
คราวหน้าจะมาต่อด้วยเรื่องของเนื้อหา และ H Tags ครับ

การทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 - เนื้อหาและ H แท็กการทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 - Title Tag4 เทคนิคควรรู้ก่อนเริ่มต้นทำ SEO
Permalink
April 16, 2007 at 1:16 am
· Filed under SEO
บทนี้จะทำให้คุณมองภาพการทำ On-Page SEO ชัดเจนมากขึ้นนะครับ นอกจากเนื้อหาบนตัวเว็บแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้องอีก โดยจะไล่ไปตามลำดับความสำคัญนะครับ
1. Title Tag (40%) - อยู่บรรทัดเกือบบนสุด อยู่ระหว่าง เป็นส่วนที่สำคัญที่สุดในการทำ On-Page SEO นะครับ จะยกตัวอย่าง 2 แบบให้ดูนะครับ
Untitled Document = แย่มาก
AAA.com = ไม่ดี
red, green, blue, orange, purple, grey = สะเปะสะปะ และไม่มีคำสำคัญที่จะเน้นให้ SE เห็น
รับทำบัญชี, การเงิน, สารพัดข่าวสารเกี่ยวกับการเงิน ครอบคลุมทุกหัวข้อ สนใจโปรดติดต่อ… = ยาวไป
รับทำบัญชี - AAA.com = แบบนี้ถือว่าดีที่สุด เพราะมีคำที่ต้องการให้ SE เห็น และคนเห็นก็รู้ว่าเว็บคุณนำเสนอเกี่ยวกับอะไร
มี 5 ข้อที่ควรจำในการทำ Title Tag คือ
1. ไม่ควรเป็น Untitled Document หรือชื่อเว็บโดยตรง แต่ให้นำคำที่ต้องการให้ติดมาไว้เป็นคำแรกสุด และคำที่ 2 และ 3 ไล่ลำดับมา เรียงตามความสำคัญ
2. ไม่ควรยาวเกิน 60 ตัวอักษร (รวมช่องว่างระหว่างคำแล้ว) มากสุดได้ไม่เกิน 75 ถ้ายาวกว่านี้ SE จะมองว่าเป็นการสแปมและพยายามที่จะครอบคลุมทุกคำ ทำให้อันดับเว็บตกได้
3. ยิ่งไตเติ้ลยาวมากเท่าไหร่ ความสำคัญของคำแต่ละคำในไตเติ้ลจะถูกลดลงเท่านั้น
สมมติต้องการให้เว็บติดคำว่า “รับทำำบัญชี”
= แบบนี้น้ำหนักของคำจะถูกหาร 3 หรือ 4
= แบบนี้จะได้น้ำหนักไปเต็ม ๆ ซึ่งจะดีกว่าแบบแรกถ้าเราต้องการให้่เ้ว็บเราติดคำนั้น แต่จะไม่ครอบคลุมคำทั้งหมดที่เกี่ยวข้องเหมือนแบบแรก
4. คำที่นำมาวางไว้ ควรเกี่ยวข้องกัน ไม่ควรเป็นคนละเรื่อง เช่น บัญชี ดอกไม้
สิ่งสำคัญที่ควรจำไว้คือ ถ้าอันดับเว็บดีอยู่แล้ว ห้ามเปลี่ยน Title Tag โดยเด็ดขาด ไม่งั้นเว็บอาจร่วงแบบกู่ไม่กลับได้ครับ
ตอนต่อไปเราจะมาว่ากันด้วยเรื่องของ Meta Tags กันนะครับ ^^

การทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 - Meta Tagsการทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 - เนื้อหาและ H แท็กเริ่มต้นการตลาดบนอินเตอร์เน็ต
Permalink
April 12, 2007 at 12:20 pm
· Filed under SEO, การตลาด
ไม่ใช่ครับ ผมอยากให้คุณอ่าน 4 ข้อนี้ก่อนที่จะเริ่มลงมือทำเว็บของคุณเอง (ถ้าคุณอยากจะทำเว็บเพื่อหารายได้นะครับ)
1. SEO เป็นทางออกที่ดีสำหรับการหาลูกค้าใหม่ ผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บรายใหม่ ๆ แต่ไม่ใช่ทางออกของปัญหาทุกอย่าง อย่าเอาเว็บคุณผูกไว้กับการทำ SEO อย่างเดียว เพราะ SE มีการอัพเดตตัวเองอยู่ตลอดเวลา ถ้าเว็บคุณอิงทราฟฟิกจาก SE ตลอด โดยที่ไม่มีคนที่ติดตามหรือสนใจเว็บคุณจริง ๆ เมื่ออันดับใน SE ตก ทราฟฟิกก็จะตก รายได้ก็จะตกตามไปด้วย คุณภาพของเว็บที่ดี, การใช้งานง่าย, การอัพเดตเนื้อหาที่มีประโยชน์สม่ำเสมอ , มีสิ่งที่น่าสนใจนำเสนอ จะเป็นตัวที่ทำให้เว็บของคุณเติบโตในระยะยาวครัีบ เพราะคนที่กลับมาเยี่ยมเว็บคุณอีกครั้ง (Return Visitors) คือปัจจัยสำคัญ คนเหล่านี้จะเข้ามาเว็บคุณด้วยตัวเองและบอกต่อกับเพื่อน ๆ ของเค้าถึงเว็บของคุณถ้าเว็บคุณน่าสนใจมากพอ
2. อย่าพยายามทำเว็บของคุณให้เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของทุกคนครับ ขอให้ใช้หลักของเซนโบราณว่า “ยิ่งน้อยยิ่งดี” (Less is more) เวลาที่จะทำเว็บนะครับ คุณสามารถเป็นทุกสิ่งทุกอย่างได้ ถ้าคุณทำเป็นเจ้าแรก และถ้ามันเป็นเมื่อ 8-9 ปีที่แล้วในยุคที่อินเตอร์เน็ตเป็นของใหม่ อะไรก็ดีัไปหมด แต่ในยุคนี้มันเลยจุดนั้นมาแล้วครับ คุณอาจมีคำถามว่า เว็บดังอย่างอเมซอนยังทำทุกสิ่งทุกอย่างแล้วยังทำเงินได้มหาศาล แล้วทำไมคุณจะทำแบบนั้นบ้างไม่ได้? เพราะว่า คุณไม่ได้เป็นเจ้าแรกครับ อเมซอนสร้างภาพไว้ในใจของลูกค้าแล้วว่า เค้าคือตัวจริงของร้านค้าที่ขายทุกสิ่งบนอินเตอร์เน็ต คุณคิดว่าจะเอาอะไรไปลบภาพนั้นของอเมซอนในใจของลูกค้าเหล่านั้นครับ? แม้แต่ Walmart ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าชั้นนำด้านราคาถูกที่ใหญ่มากของอเมริกา ที่ครั้งหนึ่งเคยคิดจะแข่งกับอเมซอน ยังรบไม่ชนะเลยครับ ความคิดอันนึงของพวกเขาที่เฉียบมากคือ “คุณไม่สามารถเป็นอเมซอนที่ีดีไปกว่าอเมซอนได้” นั่นเป็นสิ่งที่บอกในตัวอยู่แล้วว่า เอกลักษณ์สำคัญเพียงใด จงโดดเด่นและเป็นตัวของตัวเองครับ
Read the rest of this entry »

No related posts
Permalink
April 12, 2007 at 2:24 am
· Filed under การตลาด
เวลาที่เราเริ่มต้นทำเว็บไซต์ บางคนอาจมีเป้าหมายเพื่อทำทิ้งไว้เฉย ๆ ในขณะที่อีกหลายคนมีเป้าหมายคือ อยากให้เว็บนั้่นมีคนเข้าเยี่ยมชมมาก ๆ มีคนพูดถึง ให้ความสนใจ โด่งดัง เป็นต้น การทำการตลาดให้กับเว็บเพื่อให้มีผู้คนเข้ามาเยี่ยมชมเว็บมาก ๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญ เราจะเรียกผู้คนที่เข้ามาชมเว็บในศัพท์ที่เข้าใจง่ายคือทราฟฟิก (Traffic) ที่มาของทราฟฟิกมาพื้นฐานจากอะไรได้บ้าง
1. เว็บบอร์ดหรือฟอรั่ม (Web board, Forums) ตัวอย่างที่เห็นได้ง่าย ๆ คือ Pantip.com, Mthai.com ซึ่งเป็นบอร์ดสาธารณะ เมื่อคุณพบสิ่งที่น่าสนใจ คุณนำลิ้งค์ไปโพสต์ไว้ในบอร์ด เมื่อคนเข้ามาอ่านแล้วสนใจก็จะตามลิ้งค์นั้นไป
2. ลิ้งค์หรือแบนเนอร์ (Link, Banner) อันนี้เป็นแบบที่เห็นกันเยอะที่สุด ตัวอย่างเช่นโฆษณาที่อยู่ในพันทิบ เมื่อคนเห็นก็จะกดเข้าไปยังเว็บนั้น ๆ
3. บอกปากต่อปาก (Word of mouth marketing) แบบนี้จะดีมาก เพราะคนที่โดนบอกต่อส่วนใหญ่จะเป็นคนรู้จัก และจะมีความเชื่อถือในตัวคนที่บอกและข่าวสารที่ได้รับมากกว่าจากแหล่งอื่น ทำให้มีโอกาสที่จะเข้ามามากกว่า
แต่ยังมีที่มาของทราฟฟิกอีกอันหนึ่ง ฟรีและสามารถดึงคนเข้ามาได้คราวละมาก ๆ นั่นคือ เว็บค้นหาหรือเสิร์ชเอ็นจิ้น (Search Engine) ต่อจากนี้ผมจะขอเรียกสั้น ๆ ว่า SE นะครับ
Read the rest of this entry »

การตลาดบนอินเตอร์เน็ตกำลังจะตาย!! จริงหรือ??การทำ SEO เบื้องต้นภาค 1 - เนื้อหาและ H แท็กอะไรคือตัวเรา
Permalink