เมื่อมองย้อนไป

Steve Jobs
แม้ผมจะชอบผลิตภัณฑ์หลายอย่างของ Apple แต่ผมก็ไม่เคยได้ซื้อมันมาใช้เลยเพราะงานของผมไม่จำเป็นต้องใช้มัน และแม้จะไม่ใช่แฟนคลับของสตีฟ จ็อบส์แต่ผมก็ชอบแนวคิดหลายอย่างของเค้าโดยเฉพาะแนวคิดในการมองชีวิตของเค้า ในประโยคหนึ่งของเค้าเกี่ยวกับการมองอดีต ใจความที่เค้าพูดคือคุณจะเชื่อมโยงชีวิตของคุณได้โดยการมองย้อนหลังไปเท่านั้นและคุณไม่มีทางมองอนาคตในขณะนั้นออกจนกว่าคุณจะมองย้อนกลับไป

ส่วนตัวผมคิดว่าเรื่องนี้จริงมากทีเดียว ในอดีตมีเหตุการณ์หลายอย่างทั้งดีและไม่ดีเกิดขึ้นและในขณะนั้นผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมมันถึงต้องเกิดและส่งผลร้ายแรงในเวลาต่อมา รวมถึงการกระทำโง่ ๆ บางอย่างที่มองย้อนไปแล้วไม่น่าเชื่อว่าเคยทำไปได้ บางเหตุการณ์ในเวลานั้นเป็นอะไรที่มองย้อนกลับไปแล้วรู้สึกว่าหากย้อนกลับไปได้ก็จะแก้อย่างนั้น จะทำอย่างนั้นและจะไม่ทำอย่างนี้ แต่ในอีกใจนึงผมก็คิดว่ามันเป็นเหตุการณ์ที่ “ต้อง” เกิดขึ้นในเวลานั้น มัน “ต้อง” เกิดเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น เพื่อเป็นบทเรียนและหล่อหลอมให้เป็นคนที่แตกต่างจากเดิมในเวลาต่อมา ต่อให้ผมย้อนกลับไปได้และสามารถแก้ไขเหตุการณ์เหล่านั้นได้ แน่นอนถ้าทำแบบนั้นผมก็จะไม่มีประสบการณ์เลวร้ายหลายอันที่ฝังในใจ มันดูเหมือนเป็นชีวิตที่สมบูรณ์มากเลยทีเดียวและน่าจะมีความสุขมากในเวลาต่อมา แต่ความเข้าใจผมคือธรรมชาติจะมีบทเรียนให้เสมอ หากผมแก้ไขเพื่อหลีกเลี่ยงบทเรียนนั้นสุดท้ายก็จะมีบทเรียนอื่นเหวี่ยงมาให้อยู่ดีและน่าจะเป็นแบบเดิมหรือหนักกว่าเดิม ดังนั้นสิ่งที่ผมจะเลือกทำคือการ “เลือก” ที่จะไม่แก้ไขมัน แม้มันจะทำให้เจ็บปวดจนสั่นไปทั้งตัวและใจแค่ไหนก็ตาม เพราะสิ่งที่ทำให้เราเติบโตขึ้นคือประสบการณ์ทั้งดีและไม่ดีและต้องสัมผัสเองเท่านั้น มโนไม่ได้คิดเองไม่ได้ทั้งนั้น ต้องเจ็บเองต้องหวาดกลัวเองจึงจะเข้าใจ เหมือนที่มีคำโบราณบอกว่าไม่เจอเองไม่มีวันเข้าใจ

วันนี้เมื่อผมมองย้อนไปในอดีตในทุกเรื่องแล้วผมจึงเชื่อมโยงและเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งแล้วว่ามันเกิดขึ้นเพราะอะไรและเพื่ออะไร มีบทเรียนอะไรและชีวิตจะเดินไปทางไหน การครุ่นคิดถึงอดีตมากเกินไปนั้นเป็นเรื่องไร้สาระแต่ถ้าเราเชื่อมโยงและได้แนวคิดจากมันมาและจบแค่ตรงนั้น ผมว่าเราจะได้อะไรจากชีวิตอีกมาก ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตล้วนแต่มีที่มาและมีความหมาย อยู่ที่เราจะมองมันและใช้ประโยชน์จากมันอย่างไรครับ

คุณเป็นคนดีจริง ๆ หรือ??

kondee
วันนี้ผมได้อ่านกระทู้ที่บอร์ดฟุตบอลชื่อดังแห่งหนึ่ง (เอ่ยชื่อไปหลายคนคงรู้จักและเป็นสมาชิกอยู่) ในกระทู้นั้นมีเนื้อหาประมาณว่า แฟนจะถูกพ่อแม่จับให้แต่งงานกับผู้ชายอีกคนนึงที่พร้อมกว่าตน ส่วนผู้หญิงนั้นก็เลือกตนเองมากกว่าผู้ชายคนนั้น ในเนื้อหานั้นก็มีความน้อยเนื้อต่ำใจแอบแฝงอยู่ว่า ทำไมพ่อแม่ฝ่ายหญิงถึงได้อยากยัดเยียดลูกตนเองให้คนที่รวยกว่า ทำไมมองคนที่เงินที่ภายนอกไม่มองที่จิตใจ…

ผมอ่านเสร็จ สิ่งที่ผมคิดคือ ใครแม่งเป็นคนบัญญัติวะ ว่าคนรวยมันต้องเลวเสมอ และคนที่ไม่รวยเท่ามักจะเป็นคนที่ดีกว่าคนรวย ผมฟังดูแล้วน่าสมเพชน่ะครับ เพราะมันไม่เกี่ยวกันเลย การเป็นคนดีหรือเลวนั้นมันไม่เลือกหรอกว่าคุณต้องจนหรือรวยถึงจะเป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง ผมถามจริง ๆ นะ ถ้าคุณเป็นพ่อเป็นแม่ของลูกสาวคนหนึ่ง คุณจะอยากให้ลูกสาวคุณไปลำบากเพราะคำว่า “รัก” ล้วน ๆ จริงหรือครับ? ถ้าคุณมีโอกาสเลือกคนที่ดีให้ลูกสาวคุณและเสนอให้เป็นทางเลือก (โดยไม่บังคับ เพราะผมก็ไม่เห็นด้วยกับการคลุมถุงชนเหมือนกัน) มันจะไม่ดีตรงไหน ผมกลับมองว่า ไอ้คำว่า “ผมเป็นคนดี” หรือ “มองผมที่จิตใจ อย่ามองภายนอก” เนี่ย มันเหมือนกับเป็นข้ออ้างสุดท้ายของหมาจนตรอกน่ะครับ เพียงเพราะว่าคุณไม่สามารถเทียบเท่าอีกคนนึงได้ คุณจึงต้องบอกว่าตัวเองนั้นเป็นคนดีเพื่อให้แลดูดีอย่างนั้นหรือ?? แล้วป้ายขี้อีกคนว่าเป็นคนเลวเพื่อกดหัวเค้าให้ต่ำลงอย่างเดียว?? คือคุณไม่ได้รู้จักอะไรเค้าเลยแต่ก็ใส่ป้ายให้เค้าเรียบร้อยแล้วว่าเค้าเป็นคนเลว คุณแค่กลัวและไม่ยอมรับความจริงว่าตัวคุณมันห่วยกว่าอีกฝ่ายก็แค่นั้นเอง ถ้าคุณรักผู้หญิงจริง ๆ ก็ให้เค้าเป็นคนเลือกเอง เป็นคนตัดสินใจเอง ไม่ต้องไปบอกเค้าหรอกว่า “รักกันจริงรอหน่อยได้มั้ย” และเมื่อผลตัดสินเป็นยังไง ก็ยอมรับมัน แค่นั้น

แต่คนดีจริงที่ผมรู้จัก ไม่เคยมีใครมาบอกว่าตัวเองเป็นคนดีกันซักคน แล้วคุณล่ะ เป็นคนดีเพราะดีจริง หรือเป็นคนดีเพราะจำเป็นต้องเป็นคนดีครับ?

ความรั้นก็ทำให้คนพินาศได้

เพื่อนได้ส่งคลิปนี้ให้ดูและบอกว่าต้องดูให้จบ ตอนแรกผมก็สงสัยว่าทำไม มันมีอะไรน่าดูขนาดนั้น แต่หลังจากดูจนจบผมก็หายสงสัยทันทีว่าทำไมมันถึงควรดูให้จบ

หากใครเคยดูรายการนี้ในตอนนี้ทางทีวีมาแล้ว จะรู้ว่ามันเป็นตอนที่โก๊ะตี๋มาออกรายการเพื่อตอบคำถามเกี่ยวกับธุรกิจตนเอง ซึ่งก็คือข้าวมันไก่โก๊ะตี๋หรือ KHO โดยคุณตันเป็นพิธีกร ความรู้สึกส่วนตัวต่อคุณตันในก่อนที่จะดูรายการนี้นั้นคือ เค้าเป็นนักธุรกิจที่ฉลาดมาก บางครั้งผมก็มองว่าเค้าทำดีเพื่อผลประโยชน์ทางแบรนด์ของเค้ามากกว่าที่จะทำดีจริง ๆ แต่อีกใจนึงผมก็มองว่าถึงแม้จะเป็นเช่นนั้นแต่ก็มีคนที่ได้รับผลประโยชน์จากการทำดีของเค้าจริงและก็ยังดีกว่านักธุรกิจหลาย ๆ คนที่ไม่เคยทำดีอะไรคืนให้กับสังคมเลย เพราะถึงยังไงนักธุรกิจที่เก่งก็ต้องหาประโยชน์ได้จากทุกสถานการณ์อยู่แล้ว ส่วนโก๊ะตี๋นั้นผมรู้สึกว่าความเป็นนักแสดงตลกของเค้านั้นมันห่วยแตก ถ้าเทียบกับน้าค่อมหรือแม้แต่แอนนาชวนชื่นแล้ว โก๊ะตี๋จัดอยู่ในอันดับท้าย ๆ ดีกว่าพวกโน๊ตเชิญยิ้มหน่อยเดียว แต่ในเมื่อวันนี้เค้ามาออกรายการในฐานะเจ้าของธุรกิจข้าวมันไก่ของเค้าผมก็จะมองเค้าในฐานะคนทำธุรกิจมากกว่าอาชีพหลักของเค้าที่เป็นนักแสดง
Continue reading ความรั้นก็ทำให้คนพินาศได้

15 กันยายน 2553


ต้องขอโทษด้วยครับที่เพิ่งมีโอกาสมาโพสต์อีกครั้ง เว็บเก่าฐานข้อมูลล่มแถมกู้ไม่ได้ บทความเก่า ๆ เลยหายหมด ก็ขอเริ่มใหม่ตั้งแต่ต้นอีกรอบแล้วกันครับ ^^

วันนี้คุณทำหน้าที่ดีที่สุดหรือยังครับ??

คำถามข้างบนเป็นคำถามที่ผมมักจะถามตัวเองเสมอ ในเวลาที่เกิดความขี้เกียจ เหนื่อยล้าไม่ว่าในเรื่องใด ๆ ก็ตาม แม้บางครั้งจะมีความฟุ้งซ่านใด ๆ แต่คำถามข้างบนนี้ก็ช่วยให้ผมมีสติกลับมาสู่ปัจจุบันได้ทุกครั้ง
Continue reading 15 กันยายน 2553